March 31,2026
“Store Management” ยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยระบบตู้เบิกจ่ายเครื่องมืออัตโนมัติ สู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory)

ในยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 อย่างเต็มตัว การแข่งขันในอุตสาหกรรมไม่ได้แข่งขันกันที่ประสิทธิภาพการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินกันที่ ความคล่องตัว (Agility) และ การบริหารทรัพยากรที่แม่นยำ โดยข้อมูลจากตลาดโลกชี้ให้เห็นว่าโรงงานที่สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Smart Factory จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า และลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตได้อย่างมหาศาล
บริษัท สโตร์ เมเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ประกอบธุรกิจด้านการวิจัย พัฒนา และจัดจำหน่ายเครื่องจักรอุตสาหกรรม อุปกรณ์ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบ Tool Management System และโปรแกรมบริหารจัดการคลังสินค้ามากกว่า 10 ปี ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาและจำหน่ายระบบบริหารจัดการเครื่องมือตัดเฉือนโลหะแบบครบวงจรไปแล้วกว่า 82 ตู้ ครอบคลุม 52 โรงงาน ทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ผ่านเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ



บทสัมภาษณ์จากคุณธนะ เทพชุลีพรศิลป์ ประธานกรรมการ บริษัท สโตร์ เมเนจเมนท์ จำกัด
“จุดเริ่มต้นมาจากการที่ผมและผู้ร่วมก่อตั้งมีพื้นฐานด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และได้ทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องมือโรงงาน ทำให้เห็นว่าโรงงานขนาดใหญ่ใช้ระบบ ERP ที่มีต้นทุนสูง จึงต้องการพัฒนาโซลูชันที่เหมาะสมกับโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศไทย ต่อมาพบว่าต่างประเทศมีการใช้ตู้เบิกจ่ายเครื่องมืออัตโนมัติ จึงเริ่มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นเองทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของโรงงานไทย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และทำให้ข้อมูลโปร่งใสตรวจสอบได้”
สำหรับนวัตกรรม “Store Management” เป็นระบบตู้เบิกจ่ายเครื่องมืออัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์บริหารคลังสินค้าแบบเรียลไทม์ โดยสามารถรองรับการจัดเก็บสินค้าได้สูงสุดถึง 2,304 ช่อง รองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ใช้งานสามารถยืนยันตัวตนผ่านบัตรพนักงาน เลือกรายการสินค้า และระบบจะดำเนินการจ่ายสินค้าอัตโนมัติอย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ระบบยังสามารถกำหนดสิทธิ์การเบิกจ่ายตามรายบุคคล ตำแหน่ง หรือหน่วยงาน พร้อมควบคุมปริมาณการเบิกในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งยังมีระบบติดตามและรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมการเคลื่อนไหวของสต๊อก การเติมสินค้า และการแจ้งเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมด รวมถึงสามารถจัดส่งรายงานอัตโนมัติผ่านอีเมล ซึ่งช่วยลดภาระงานคลังสินค้า ลดการสูญหาย ลดการเบิกเกินความจำเป็น และเพิ่มความโปร่งใสในการควบคุมต้นทุนการผลิต

“นวัตกรรม “Store Management” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย สู่การเป็น Smart Factory ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล”
โดย Store Management เป็นหนึ่งในโครงการนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ซึ่งมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ การทดสอบตลาด และการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี การวิเคราะห์ตลาด และการสร้างโมเดลธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยการดำเนินโครงการได้รับการสนับสนุนและบริหารจัดการโดยอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มนวัตกรรมธุรกิจระดับภูมิภาค ภายใต้ NIA โดยมีบทบาทในการบ่มเพาะผู้ประกอบการ การให้คำปรึกษาเชิงลึก การเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา เพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้จริง
ในด้านกลไกการสนับสนุน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ดำเนินการให้การสนับสนุนในรูปแบบเงินทุนให้เปล่า (Grant) แบบสมทบทุนบางส่วน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ โดยแบ่งการสนับสนุนออกเป็น 2 กลไกหลัก ได้แก่ Open Innovation สำหรับสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมเพื่อพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาทดสอบการใช้งานกับกลุ่มลูกค้าจริง รวมถึงการทดสอบตลาดในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และกลไก Regional Market Validation สำหรับส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่มีสินค้าหรือบริการนวัตกรรมที่ขายเชิงพาณิชย์แล้ว แต่ต้องการเปิดตลาดใหม่หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ ทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ หรือต่างประเทศในการขยายผลเชิงพาณิชย์ โดยโครงการให้การสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 75 ของมูลค่าโครงการ หรือไม่เกิน 1,500,000 บาท ภายในระยะเวลาดำเนินโครงการไม่เกิน 1 ปี ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและประกาศการเปิดรับสมัครโครงการได้ที่ Facebook Page: NIA Regional Innovation: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4 237



