7thJune

7thJune

7thJune

 

June 05,2026

‘เทศบาลนคร’ จับมือ ‘เค-วอเตอร์’ พัฒนาประปาโคราช ลดสูญเสียน้ำจากรอยรั่ว ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ๑๐๐ ล.

“เทศบาลนครโคราช” จับมือ “เค-วอเตอร์” องค์กรชั้นนำของเกาหลี เดินหน้าพัฒนาระบบประปาโคราช หลังจากประสบปัญหามายาวนาน โดยเฉพาะท่อแตกเพราะใช้งานมานาน เกิดการสูญเสียน้ำถึง ๕๕% หวังให้ลดเหลือแค่ ๒๐% คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพจ่ายน้ำประปา รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต และสร้างความมั่นคงให้โคราชอย่างยั่งยืน


ตามที่เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๙ ณ เทศบาลนครนครราชสีมา มีการหารือและลงนามผลการหารือร่วมกันระหว่างเทศบาลนครนครราชสีมา นำโดยนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกับฝ่ายองค์การทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (K-water) นำโดย มร.ซน-แด-อิก ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายต่างประเทศ องค์การทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (General Director of Global Business Division) เพื่อดำเนินโครงการนำร่องยกระดับพัฒนาระบบประปาสมัยใหม่ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ให้เป็นมาตรฐานสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำสูญเสีย (Non-Revenue Water : NRW) และเพิ่มเสถียรภาพของระบบจ่ายน้ำประปาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ การประเมินด้านเทคนิค กิจกรรมลดน้ำสูญเสีย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกิจการประปา ซึ่งเป็นบันทึกที่จัดทำขึ้นเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการให้ความร่วมมือระหว่าง K-water และเทศบาลนครนครราชสีมา ในการดำเนินโครงการนำร่อง และเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันโดยข้อกำหนดต่างๆ ภายใต้บันทึกฉบับดังกล่าวจะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ 

นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา - มร.ซน-แด-อิก ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ K-water

นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า “การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทย คู่ภาคี เป็นโครงการนำร่องเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำสูญเสีย (Non-Revenue Water: NRW) และเพิ่มเสถียรภาพของระบบจ่ายน้ำประปาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ การประเมินด้านเทคนิค กิจกรรมลดน้ำสูญเสีย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกิจการประปา ซึ่งโครงการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาศึกษาเสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือน ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ หลังจากนั้น เทศบาลนครนครราชสีมา จะจัดหางบประมาณวางแผนงานเพื่อดำเนินการตามโครงการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ต่อไป

มร.ซน-แด-อิก ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ K-water กล่าวว่า K-water เป็นรัฐวิสาหกิจของเกาหลีที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมา ได้สั่งสมความรู้ และความเชี่ยวชาญอย่างโดดเด่นในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การจัดหาน้ำประปา ซึ่งเป็นพื้นฐานสําคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบัน k-water  รับผิดชอบการบริหารจัดหาน้ำประปาประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ หรือประมาณ ๔๕ ล้านตันต่อวัน นอกจากนี้ ยังดําเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบน้ำจํานวน ๑๔๐ โครงการใน ๑๓๓ อปท.ทั่วประเทศ มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ประมาณ ๑๐.๕ ล้านล้านปอนด์ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการน้ำของ k-water โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา k-water ได้พัฒนาเทคโนโลยีลักษณะนี้ เช่น การบริหารจัดการเครือข่ายน้ำอัจฉริยะ หรือ AWNN ด้วยประสบการณ์ในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เรามีอยู่ มั่นใจว่าจะสามารถนําไปใช้แก้ไขปัญหาด้านน้ำที่โคราชกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงนําเสนอแนวทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพได้ ซึ่งในการพบปะกันในวันนี้ ทาง k-water และเทศบาลนครฯ ถือว่า เป็นความร่วมมือระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาด้านน้ำของโคราช 

“ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นโครงการที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นวาระอย่างเป็นทางการผ่านคณะกรรมการร่วมด้านการบริหารจัดการน้ำซึ่งดําเนินงานโดยรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ได้เริ่มต้นขึ้นภายใต้ความเชื่อมั่นด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่าย ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดําเนินการตามความร่วมมือนี้ โดยมุ่งปรับปรุงโครงข่ายท่อน้ำที่เสื่อมสภาพและพัฒนาระบบบริหาร จัดการโครงข่ายอัจฉริยะอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของน้ำ ด้วยความท้าทายด้านการจัดหาน้ำที่นครราชสีมาประสบมาอย่างยาวนาน เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพทางเทคโนโลยีของ k-water ผสานกับประสบการณ์ของเทศบาลนครฯ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม ซึ่งประชาชนสามารถรับรู้และสัมผัสได้อย่างแท้จริง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเริ่มต้นนําร่องในบางพื้นที่ คาดหวังผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะสามารถต่อยอดสู่การเป็นต้นแบบมาตรฐานที่ขยายตัวจากนครราชสีมาไปสู่ทั่วทั้งประเทศไทยได้ในอนาคต” มร.ซน-แด-อิก ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ K-water กล่าว

ทั้งนี้ K-water นำเสนอข้อมูลว่า “เทศบาลนครฯ มีพื้นที่ประมาณ ๓๗.๕ ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คน ในช่วงที่ผ่านมาเมืองมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากการขยายการลงทุนด้านลงทุนขั้นพื้นฐาน ด้านคมนาคม เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการระบบประปา ยังเป็นระบบเพื่อรองรับความต้องการการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ปัจจุบันโคราชไม่ค่อยมีปัญหาในการจัดหาน้ำประปาโดยรวม แต่ว่าเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานมีอายุการใช้งานยาวนาน ทําให้ประสิทธิภาพในการดําเนินงานลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบว่า น้ำที่ผลิตได้นั้น สูญเสียไปจากการรั่วไหลประมาณ ๕๕% ซึ่ง k-water มีเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาน้ำรั่ว มีแผนจะดำเนินการโครงการนำร่องโดยตั้งเป้าหมายในการปรับปรุงอัตราน้ำที่ใช้ประโยชน์จากระดับปัจจุบันประมาณ ๔๕% ให้เพิ่มขึ้นไป ๗๐% ดังนั้น พื้นที่เป้าหมายของโครงการนําร่องจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น อายุการใช้งานของระบบประปา รวมทั้งความหนาแน่นของประชากรโดยจะปรึกษากับเทศบาลนครฯ โดยปกติปัญหาน้ำสูญเสียในระบบประปา สามารถแบ่งออกได้ ๓ ประเภท ประกอบด้วยการรั่วไหลทางกายภาพ, ความคลาดเคลื่อนของมิเตอร์ และปัญหาด้านการบริหารจัดการ ซึ่งครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่ ๒ ปัจจัยหลัก สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงข่ายท่อ จะพิจารณาปัจจัยดังๆ เช่น ภูมิประเทศ ความต้องการการใช้น้ำ และแรงดันน้ำ เป็นต้น โดยขั้นตอนแรกจะดําเนินการสํารวจสภาพผังท่ออย่างละเอียด หลังจากนั้นจะนําผลการสํารวจไปใช้ในการวางแผน ทั้งการตั้ง DMA เป็นต้น จากนั้นจะกําหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการระบบเดิมด้วย เพื่อที่จะได้ยกระดับบริหารจัดการน้ำ”

อย่างก็ตาม สภาพปัจจุบันของประปาเทศบาลนครฯ คือ ระบบท่อส่งน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำตะคอง อ.สีคิ้ว อายุการใช้งานกว่า ๓๘ ปี ปัจจุบันเสื่อมสภาพ ทำให้แตกรั่วบ่อยครั้ง ประกอบกับการขยายช่องทางจราจรบนทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ)ซึ่งมีบางส่วนก่อสร้างทับแนวเส้นท่อน้ำดิบส่งผลให้ท่อแตกรั่ว เมื่อซ่อมแซม ต้องหยุดสูบส่งน้ำ ทำให้กระบวนการผลิตน้ำไม่สามารถผลิต และสูบจ่ายน้ำประปา ซึ่งมีค่าซ่อมแซมจำนวนมาก ส่งผลให้เสียรายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาต่อปีประมาณ ๑๔๓.๘๕ ล้านบาท ยังไม่นับรวมความเสียหายภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาขาดแคลนน้ำในการดำเนินกิจการ ประเมินมูลค่าโครงการใช้งบทั้งสิ้น ๒๑๗ ล้านบาท ใช้งบประมาณดำเนินการในระยะแรก จำนวน ๑๒๐ ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบน้ำประปาระบบเดิมที่มีการสูญเสียน้ำประมาณ ๕๕%

หากใช้ระบบของ k-water องค์กรรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของเกาหลีใต้ ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเมือง และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสู่ระดับโลก โดยมี K-Water เป็นพาร์ตเนอร์หลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับเทศบาลนครฯ สามารถช่วยลดการสูญเสียน้ำ เป้าหมายเหลือ ๒๐% หรือ ๔๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพจ่ายน้ำประปา และรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านน้ำกินน้ำใช้ให้โคราชอย่างยั่งยืน
อนึ่ง ปัจจุบันการให้บริการน้ำประปาของเทศบาลนครนครราชสีมา อยู่ในพื้นที่ ๓๗.๕ ตารางกิโลเมตร และนอกเขตเทศบาล ได้แก่ เทศบาลตำบลหัวทะเล, เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม, เทศบาลตำบลบ้านใหม่, เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง, อบต.หนองจะบก, อบต.หมื่นไวย, อบต.บ้านเกาะ และพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ทั้งค่ายสุรนารีและค่ายสุรธรรมพิทักษ์ รวมพื้นที่ทั้งหมด ๗๖.๗ ตารางกิโลเมตร กำลังผลิตน้ำประปาวันละ ๑๒๐,๐๐๐ ลบ.เมตร หรือปีละ ๔๓.๘๐ ล้าน ลบ.เมตร แต่ความต้องการใช้น้ำวันละ ๑๕๐,๐๐๐ ลบ.เมตร หรือปีละ ๕๕ ล้าน ลบ.เมตร


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๑ ฉบับที่ ๒๗๘๑ วันที่ ๑ เดือนมีนาคม - วันที่ ๓๐ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๖๙


15 1,049