June 11,2026
โคราช “ปฏิบัติการถอดผ้าเหลือง” ล้างบางกลุ่มแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ป่วนสถานีรถไฟ

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ พิทักษ์พงษ์ เดชดี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (รอง สว.ป.) สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมด้วยนายพรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีรถไฟนครราชสีมาและสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ ปฏิบัติการกวดขันกลุ่มบุคคลที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์และผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่สถานีรถไฟ โดยมีนายประกอบ จรจรัญ นายสถานีรถไฟนครราชสีมา นายแผน ศรีจันทร์ สารวัตรงานปฏิบัติการโดยสารภูมิภาค 2 ฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และพระครูวินัยธรสันติภาพ โชติปญฺโญ เลขานุการเจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 5 พระครูสุวัชรสีมาภรณ์ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองนครราชสีมาและพระครูวรปัญญาคม เจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 5 ร่วมให้ข้อมูลและคัดกรองบุคคลต้องสงสัย

โดยช่วงค่ำคืน พบบุคคลแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ปักหลักอาศัยหลับนอนบริเวณชานชาลาและม้านั่งพักผู้โดยสาร สร้างความเดือดร้อนรำคาญและบดบังพื้นที่ให้บริการประชาชน เกิดข้อสงสัยว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องภาพลักษณ์พระพุทธศาสนา เบื้องต้นไม่พบบุคคลแต่งกายเลียนแบบสงฆ์โดยเจตนา แต่มีพระสงฆ์มีหลักฐานเอกสารไม่ครบถ้วนและบุคคลใกล้ชิดอ้างเป็นฆราวาสมีฉายาบัตรหรือเอกสารยืนยันการบวช เจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนและแนะนำให้ไปดำเนินการแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องตามสังกัดเดิม

นายพรพนา แสนการุณ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้เกิดจากการประสานงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาพระสงฆ์ไร้สังกัดหรือพระที่มีพฤติกรรมไม่สำรวม เช่น ส่งเสียงดัง พูดคุยโทรศัพท์ไม่เหมาะสม และสัมภาระรุงรัง ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียต่อพุทธศาสนาอย่างยิ่ง พร้อมวิงวอนให้ผู้ที่นำผ้าเหลืองมาใช้แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว
นายประกอบ จรจรัญ นายสถานีรถไฟนครราชสีมา กล่าวว่า ตลอดช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะคล้ายพระสงฆ์เข้ามาอาศัยหลับนอนที่สถานีเป็นประจำ จนประชาชนตั้งฉายาว่า “ราชสีมาวราราม” ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริการผู้โดยสาร ทางสถานีจึงต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง

นายแผน ศรีจันทร์ สารวัตรงานปฏิบัติการโดยสารภูมิภาค 2 ฝ่ายบริการโดยสาร มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลการโดยสารบนขบวนรถ ตั้งแต่อำเภอแก่งคอยสระบุรี จนถึงจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่าที่ผ่านมาทุกขบวนรถไฟมีพระภิกษุสงฆ์เดินทางอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม แต่บางครั้งก็สังเกตพบว่ามีพฤติกรรมกิริยามารยาทไม่เหมาะสม คุยโทรศัพท์เสียงดัง ใส่หูฟังเล่นapplication ในโทรศัพท์ นั่งไม่สำรวมยกแข่งยกขา จีวรไม่ห่มหรือใส่ให้เรียบร้อย จึงได้รวบรวมข้อมูล และแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาให้เข้ามาตรวจสอบ

ด้านพระครูวินัยธรสันติภาพ เลขานุการเจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 5 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานีรถไฟทั้ง 2 แห่ง พบชายคนหนึ่งอายุประมาณ 80 ปีแต่งตัวเป็นฆราวาสแต่มีหลักฐานเอกสารบัตรต่างๆเป็นพระ อ้างว่าลาสิกขาแล้ว จึงได้ตรวจสอบ และส่งตัวให้ไปปรับหลักฐานยืนยันตัวตนใหม่ โดยให้ตั๋วรถไฟกลับไปยังต้นสังกัด ให้ไปทำหลักฐานแสดงตัวตนจากที่เป็นพระก็จะได้ถ่ายบัตรใหม่ให้เป็นฆราวาส และส่วนอีกรายพบว่าเป็นพระชรารูปหนึ่ง สอบถามทราบว่ากำลังจะเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นพระที่บวชมานานแล้ว แต่ว่าหลักฐานเลือนลาง จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามวัดต้นสังกัด ยังรับรองว่าเป็นพระในสังกัดอยู่ จากนั้นได้โทรศัพท์ไปสอบถามโยมน้องสาวยืนยันว่าเป็นพระกำลังเดินทางไปรับยาจริง จึงได้แนะนำให้ไปทำหลักฐานยืนยันตัวตนใหม่ให้ถูกต้องชัดเจน
ทั้งนี้ ผู้ใดพบเห็นพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือสงสัยว่าเป็นพระปลอม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา หมายเลขโทรศัพท์ 044-246063 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา หมายเลขโทรศัพท์ 044-259999 และสายด่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191


8 90



