June 17,2026
TEI จับมือ มทร.อีสาน ลุยแคมเปญ “CLIMATE ADAPTATION” ปั้นแนวคิด “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” มุ่งยกระดับเยาวชนไทยรับมือภัยโลกรวน สู่ Net Zero University

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) ซึ่งส่งผลให้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งคลื่นความร้อนที่รุนแรง ภัยแล้งยาวนาน และอุทกภัยที่คาดเดาไม่ได้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ผนึกกำลังร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยการสื่อสารประเด็นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) เพื่อประโยชน์สาธารณะ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเยาวชนและประชาชนให้มีความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตภัยโลกรวน พร้อมขับเคลื่อนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ภาคอีสานสู่การเป็น Smart & Green University และ Net Zero University อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
.png)
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เปิดเผยว่า “สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยตระหนักถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในปัจจุบันที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สภาพอากาศที่มีความผันผวนและยากต่อการคาดการณ์ในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบนิเวศ ความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตประจำวันของเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจำเป็นต้องยอมรับความจริงและตระหนักว่า การตั้งรับและปรับตัว (Adaptation) คือวาระเร่งด่วนที่เราต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นที่มาความร่วมมือกับ มทร.อีสาน โดย TEI ตั้งใจที่จะนำองค์ความรู้ งานวิจัยเชิงวิชาการ และหลักฐานเชิงประจักษ์ เข้ามาช่วยเสริมสร้างศักยภาพและให้คำปรึกษาทางวิชาการด้านการจัดการและการปรับตัวอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด ‘ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด’ ผ่านกิจกรรม ‘CLIMATE ADAPTATION’ เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่แห่งการ ‘เรียนรู้–วิจัย–ปรับตัว’ ต่อบริบทโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง และเราขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพลังของคนรุ่นใหม่ มาร่วมกันติดตาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และลงมือขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการปรับเปลี่ยนไปด้วยกัน”

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) กล่าวว่า “ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เรามีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยจังหวัดนครราชสีมาถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการวิจัย นวัตกรรม และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การลงนามความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ร่วมกับ TEI ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่จะบูรณาการองค์ความรู้จากส่วนกลางมาสู่ภูมิภาค โดยมหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนพื้นที่ในวิทยาเขตต่างๆ ให้เป็นบริบทการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อนำชุดองค์ความรู้ เครื่องมือทางวิชาการ และกรณีศึกษาจาก TEI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยยกระดับและผลักดันให้ มทร.อีสาน บรรลุเป้าหมายการเป็น Smart & Green University หรือ Net Zero University ที่ใช้ความรู้และงานวิจัยเป็นฐานในการรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน”
.png)
สำหรับกรอบแนวทางการดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ ข้อมูล และเนื้อหาทางวิชาการ ผ่านการจัดกิจกรรมทั้งในรูปแบบการบรรยายและการปฏิบัติโดยทีมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการจัดบรรยายพิเศษเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยและกรณีศึกษาแก่นักศึกษาใหม่เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างภูมิคุ้มกันด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ต่อไป
“อย่างไรก็ดี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) มุ่งมั่นดำเนินงานบนฐานงานวิจัยเชิงวิชาการเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) พร้อมให้คำปรึกษาทางวิชาการและสนับสนุนการตัดสินใจอย่างเป็นระบบแก่ทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อสร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ดร.วิจารย์ กล่าวทิ้งท้าย
.png)
.png)
.png)
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/tei.or.th/ และเว็บไซต์ https://www.tei.or.th/
6 123



