11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

July 07,2026

ป.ป.ช.ชี้มูล อดีตนายก อบต.ตะขบ กับพวก 6 คน ติดตั้ง CCTV ซอยย่อย 16 โครงการเลี่ยงประมูล

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ จำนวน 4  เรื่อง 

โดยในเรื่องที่ 3 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสุรชาติ ปักสำโรง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ อำเภอป้กธงชัย จังหวัดนครราชสีมา กับพวก 6 คน กรณีทจริตดำเนินโครงการจ้างเหมาติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 16 โครงการ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2558 - 2559 โดยมิชอบ 

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ 2558 - 2559 นายสุรชาติ ปักสำโรง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้เสนอขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม หรือโอนงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการจ้างเหมาติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ โดยแบ่งเป็น 16 โครงการ โดยแต่ละโครงการมีวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท โดยอาศัยช่วงที่กระทรวงมหาดไทยได้เพิ่มวงเงินจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีตกลงราคา วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท ที่ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถใช้วิธีตกลงราคาได้ ทั้งที่เป็นการดำเนินการโครงการในช่วงเวลาเดียวกัน สามารถรวมดำเนินการไปในคราวเดียวกันและจะต้องใช้วิธีประกวดราคา แต่เพื่อให้วิธีการจัดจ้างเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้อยู่ในอำนาจของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบที่สามารถอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีตกลงราคาได้ อันมีลักษณะเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง โดยปรากฏว่าในการกำหนดราคากลาง มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ประกอบด้วย นายขวัญชัย เสริฐสูงเนิน นายช่างโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง เป็นประธานกรรมการ นางสาวทัศนีญา ศิลาชัย นายช่างเขียนแบบ และนางสุพิน รัตนาพันธ์ เจ้าพนักงานธุรการ เป็นกรรมการ แต่ไม่มีการสืบหาราคาจากผู้ประกอบการ 3 รายอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ในขั้นตอนการเสนอราคา ทั้ง 16 โครงการ นายขวัญชัย เสริฐสูงเนิน จะเป็นผู้ติดต่อผู้ประกอบการให้เข้ามาเสนอราคา โดยปรากฏว่านายกอบชัย หอมอ้ม เจ้าของร้านคลินิกคอมแอนด์โฟนเซอร์วิส และนายวงกต หอมอ้ม หรือนายชวภณ ธนเมธาวิชานาญ เจ้าของร้านราชสีมาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันหมุนเวียนกันเข้าเสนอราคา โดยบางโครงการ นายกอบชัย หอมอ้ม จะใช้ชื่อบริษัท พนมวงชัย เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งมีตนเองเป็นเจ้าของ เข้าเสนอราคา และบางโครงการ นายวงกต หอมอ้ม หรือนายชวภณ ธนเมธาวิชานาญ จะใช้ชื่อร้านบอม คอมโมบาย ซึ่งมีตนเองเป็นเจ้าของ เข้าเสนอราคา โดยจะมีคู่ประกบ 2 ราย คือ นายอำนาจ บุญมีป้อม และนายธีระศักดิ์ เปกรัมย์ ทั้งที่นายอำนาจ บุญมีป้อม และนายธีระศักดิ์ เปกรัมย์ ไม่ทราบเรื่อง และไม่เคยยื่นเสนอราคาดังกล่าว ผลปรากฏว่าร้านคลินิกคอมแอนด์โฟนเซอร์วิส ได้เข้าเป็นคู่สัญญา จำนวน 10 โครงการ ร้านราชสีมาเทคโนโลยี ได้เข้าเป็นคู่สัญญา จำนวน 4 โครงการ บริษัท พนมวงชัยเทคโนโลยี จำกัด ได้เข้าเป็นคู่สัญญา จำนวน 1 โครงการ และร้านบอม คอมโมบาย ได้เข้าเป็นคู่สัญญา จำนวน 1 โครงการ เป็นเหตุให้ทางราชการและองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบได้รับความเสียหาย

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนายสุรชาติ ปักสำโรง นายขวัญชัย เสร็จสูงเนิน นางสาวทัศนีญา ศิลาชัย นางสุพิน รัตนาพันธุ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 มาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.ศ. 2561 มาตรา 172) แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1) (4) ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานนี้

นอกจากนี้ นายสุรชาติ ปักสำโรง ยังมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92 ส่วนนายขวัญชัย เสริฐสูงเนิน นางสาวทัศนีญา ศิลาชัย นางสุพิน รัตนาพันธุ์ ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงอีกด้วย

2. การกระทำของนายกอบชัย หอมอ้ม และนายวงกต หอมอ้ม หรือนายชวภณ ธนเมธาวิชานาญ มีมูลความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามฐานความผิดติดดังกล่าว 

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด


13 373