20thAugust

20thAugust

20thAugust

 

August 20,2026

‘คลองชองเกชอนโคราช’ ลุยเฟส ๒ งบ ๑๒๐ ล้าน ราคากลาง ๑๑๖.๖ ล. หลัง‘ผู้ว่า สตง.’เยี่ยมชม

กรมโยธาฯ เดินหน้าเฟส ๒ อีก ๑๒๐ ล้าน “คลองชองเกชอนโคราช” หลังเฟสแรกเสร็จล่าช้าแถมปล่อยให้ทรุดโทรม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์กันขรมทั่วเมือง อ้างโครงการยังไม่เสร็จ ๑๐๐% จีงยังไม่ส่งมอบให้เทศบาลนครฯ ด้านผู้ว่า สตง.ยกคณะสำรวจ หวั่นไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในขณะที่เปิดประมูลรอบแรกไร้คนสนใจ พร้อมตั้งราคากลางใหม่จาก ๑๑๕ ล. เป็น ๑๑๖ ล. ด้านเทศบาลฯ เตรียมแผนรองรับแล้ว

ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง มีการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลำตะคอง (บริเวณเทศบาลนครราชสีมา) ระยะที่ ๑ อำเภอเมืองนครราชสีมา แล้วเสร็จแล้วนั้น ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของประชาชน ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างที่มีการปักเสาตอม่อกว่า ๒,๐๐๐ ต้นในลำตะคอง และเมื่อมีการก่อสร้างก็ดำเนินการไปอย่างล่าช้า และเมื่อเสร็จก็ปล่อยทิ้งให้สกปรกทรุดโทรม ขาดการดูแลเอาใจใส่ 

ประมูลเฟส ๒ ไร้คนสนใจ
กระทั่งเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๙ มีการประกาศเชิญชวนประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ลำตะคอง (บริเวณเทศบาลนครราชสีมา) ระยะที่ ๒ (เฟส ๒) โดยมีวงเงินงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และกำหนดราคากลางเป็นเงิน ๑๑๕,๔๗๐,๐๐๐ บาท ซึ่งกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชำระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในราคาชุดละ ๒,๐๐๐ บาท ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙ กำหนดให้มีการเสนอราคาในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙

จากนั้นในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ สำนักสถาปัตยกรรม กรมโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพฯ ประกาศหนังสือเชิญชวน/ประกาศเชิญชวน ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ลำตะคอง (บริเวณเทศบาลนครราชสีมา) ระยะที่ ๒ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) อีกครั้ง พร้อมกันนี้ ยังกำหนดราคากลางใหม่จากเดิม ๑๑๕,๔๗๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๑๖,๖๒๐,๐๐๐ บาท (คำนวณราคากลาง ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙) โดยลักษณะงาน ประกอบด้วย ๑.งานก่อสร้างปรับปรุงลำตะคอง ๕๙,๗๓๐,๓๑๓ บาท (งานปรับปรุงคลองฝั่งซ้าย โซน ๑ จำนวน ๑๘,๙๗๗,๕๔๐ บาท, งานปรับปรุงคลองฝั่งขวา โซน ๒ จำนวน ๒๐,๘๙๐,๖๕๗ บาท, งานปรับปรุงคลองฝั่งซ้าย โซนที่ ๒ จำนวน ๘,๘๐๐,๑๙๓ บาท, งานปรับปรุงคลองฝั่งขวา โซนที่ ๒ จำนวน ๑๑,๐๖๑,๙๒๓ บาท) ๒.งานทาง ๑,๘๒๙,๘๔๓ บาท ๓.งานเครื่องจักรและอุปกรณ์และงานอื่นๆ ๕๕,๖๘๕ บาท ๔.งานปรับปรุงภูมิทัศน์ ๕๔,๙๐๔,๐๐๗ บาท และ ๕.ประเภทค่าใช้จ่ายพิเศษที่จำเป็นต้องมี ๑๐๐,๑๖๔ บาท 

ผู้ว่า สตง.ยกคณะเยี่ยมชม
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมด้วยคณะจาก สตง. และนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินโครงการฯ โดยมีนายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา (ขณะนั้น) ในฐานะเจ้าของโครงการชี้แจงว่า โครงการนี้แบ่งออกเป็น ๒ ระยะ (๒ เฟส) ดังนี้ ระยะที่ ๑ งบประมาณ ๑๑๘ ล้านบาท จากข้างโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมามาถึงวัดสุสาน ระยะทาง ๗๒๕ เมตร ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อช่วงปลายปี ๒๕๖๘ คณะกรรมการได้ตรวจรับงานแต่ไม่สามารถดำเนินการระยะที่ ๒ ได้ทันทีและต่อเนื่อง อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้าง ทำให้ระยะที่ ๑ ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาทำความสะอาด เนื่องจากเทศบาลนครนครราชสีมา ยังไม่รับโอนถ่ายภารกิจจนกว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ๑๐๐% ในปัจจุบันโครงการจึงมีสภาพเหมือนถูกทิ้งร้าง ประกอบกับไม่มีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและกำหนดทางเข้าออกที่สะดวก มีสภาพทรุดโทรมไม่สวยงาม เกิดตะกอนทับถมพื้นที่ก่อสร้าง ส่วนระยะที่ ๒ มีรายละเอียดงาน คือ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ความยาว ๑ กม., งานก่อสร้างสะพานข้ามลำตะคอง, งานก่อสร้างสะพานทางเดินเชื่อมหน้าอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์, งานก่อสร้างสะพานคนเดินข้าม, งานสถาปัตยกรรมทางเดินริมน้ำและรอบอ่าง, งานก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณสะพานข้ามลำตะคอง และงานปรับปรุงสวนสาธารณะบริเวณอ่าง ซึ่งคาดจะได้ผู้รับจ้างได้ในเร็วๆ นี้ และจะเริ่มก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โครงการมูลค่ารวม ๒๓๘ ล้านบาท แล้วเสร็จ จะส่งมอบให้ ทน.นครราชสีมา รับผิดชอบ

ล่าช้าเพราะโควิด-๑๙
สำหรับความล่าช้าของโครงการฯ นายไพรัตน์ ทรงเย็น กล่าวว่า เกิดจากปัญหาน้ำท่วมและวิกฤตโควิด-๑๙ ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณที่มีจำกัด จึงจัดสรรให้โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาดำเนินโครงการป้องกันน้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพก่อน ซึ่งโครงการได้ออกแบบระบบระบายน้ำ สามารถช่วยเพิ่มปริมาณการไหลของน้ำและป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งด้วย 
ในขณะที่นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครฯ เปิดเผยว่า หากโครงการนี้แล้วเสร็จ ชาวโคราชจะมีแลนมาร์กแห่งใหม่ ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในส่วนของเทศบาลนครฯ เตรียมแผนรองรับจัดการน้ำเสียชุมชนลงลำตะคองตลอดความยาวที่ไหลผ่านเขตเศรษฐกิจ รวมระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร โดยขอรับการสนับสนุนวงเงินประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงปี ๒๕๗๐-๒๕๗๑

ทั้งนี้ ภายหลังตรวจงานเสร็จ นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันระหว่างส่วนราชการกับท้องถิ่น ทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน ถ้าจะเปิดให้มีการขายสินค้า จะมีคนสนใจไหม เทศบาลต้องวางแผนบริหารจัดการให้ดีต่อไป

ความเป็นมาโครงการ
สำหรับความเป็นมาของ “โครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะตะคอง ตามผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา” เกิดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา วางแผนจะปรับปรุงภูมิทัศน์และสาธาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ลำตะคอง เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม อีกทั้งเป็นการช่วยการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชน ในลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้ตอดทั้งปี ซึ่งจะสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ -๒๕๗๙) ด้านยุทธศาสตร์ที่ ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันและยุทธศาสตร์ที่ ๕ ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากเหตุผลข้างต้น จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาเพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา จึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาให้เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางภาพให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็นเมืองน่าอยู่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดียั่งยืนสืบไป

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการบริหารระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ, เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในอนาคตต่อไป, เพิ่มการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ริมคลองลำตะคอง, เพิ่มเขื่อนป้องกันตลิ่งสองฝั่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะ, เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งนันทนาการของชุมชนเมือง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา

ถูกวิพากษ์อย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาพื้นที่ลำตะคองถูกจับตามองอย่างหนัก หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงสภาพโครงการที่ดูเหมือนถูกทิ้งร้าง และความกังวลของชาวบ้านเรื่องการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ เนื่องจากลำคลองสกปรก โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากการนำโมเดล “คลองชองเกชอน” ของเกาหลีใต้มาเป็นต้นแบบ โดยปรับโฉมให้เข้ากับเอกลักษณ์เมืองเครื่องปั้นดินเผาของนครราชสีมา ภายใต้งบประมาณรวม ๒๓๘ ล้านบาท มีเป้าหมายหลัก ๔ ด้าน ๑) จัดการน้ำ: เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันดลิ่งทรุด ๒) สิ่งแวดล้อม: วางระบบท่อรวบรวมน้ำเสียไม่ให้ไหลลงลำตะคอง ๓) พื้นที่สาธาธารณะ: สร้างลานนันทนาการและที่ออกกำลังกาย ๒.๕ กม. (อัสสัมชัญ-อ่างเก็บน้ำอัษฎางค์) ๔) เศรษฐกิจ: “เปลี่ยนหลังบ้านเป็นหน้าบ้าน” กระตุ้นการท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน โดยแบ่งการดำเนินงานโครงการออกเป็น ๒ ระยะ ดังนี้

ระยะที่ ๑ มีการจัดสรรงบประมาณกว่า ๑๑๘ ล้านบาท เพื่อพัฒนาคลองช่วงสะพานโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ถึงบริเวณวัดสุสาน (ช่วงหลังโรงแรมปัญจดารา) ระยะทางประมาณ ๗๒๕ เมตร โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด อึ้งแซเฮง เป็นคู่สัญญา เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปึงบประมาณ ๒๕๖๔ และกำหนดแล้วเสร็จในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ แต่ก่อสร้างล่าช้า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-๑๙ และขยายระยะเวลาสัญญาให้กับผู้รับจ้าง ระหว่างการก่อสร้างมีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา โดยตัวแทนภาคประชาชน เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ ว่า มีการก่อสร้างมีการปักเสาปูน เทหิน และดินจำนวนมากในลำน้ำ (กินพื้นที่กว่าครึ่งของกว่าครึ่งชองความกว้างคลอง) เกรงว่าจะขวางทางไหลของน้ำและทำให้น้ำท่วม รวมทั้งอาจกระทบต่อสถานที่สำคัญของทางราชการใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว เช่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ๒ แห่ง โรงเรียน ๒ แห่ง และสถานีขนส่ง เป็นต้น รวมทั้งโครงการดังกล่าวไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 

เฟสแรกเสร็จแต่ทรุดโทรม
ทั้งนี้ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองฯ ชี้แจงว่า โครงการนี้มีการออกแบบทางวิศวกรรมและใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ InfoWorks ICM ในการวิเคราะห์การไหลของน้ำ ซึ่งผลการวิเคราะห์ชี้ว่า หลังปรับปรุง อัตราการไหลของน้ำจะดีขึ้นและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมชลประทานกำหนด มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นรวม ๔ ครั้ง ระหว่างเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ถึงตุลาคม ๒๕๖๓ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชนและผู้นำชุมชน มีการเร่งรัดกระบวนการขออนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ของกรมชลประทาน การแก้ไขเอกสารคำขออนุญาตหลายครั้ง (๑๓ ครั้ง) และยังติดขัดเรื่องการอนุญาตจากกรมชลประทานในบางช่วง รวมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อลดผลกระทบกับประชาชนในพื้นใกล้เคียง ดังนี้ ๑.กำหนดช่วงเวลาก่อสร้างที่เกิดเสียงดัง (๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น.) ๒.มีการควบคุมการจราจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ๓.กำจัดเศษวัสดุก่อสร้างไม่ให้ตกค้างในลำน้ำ ๔.มีการชดเชยค่าเสียหายหากสิ่งปลูกสร้างของประชาชนได้รับผลกระทบ ซึ่งภายหลังการก่อสร้างในระยะที่ ๑ แล้วเสร็จ มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียลอย่างกว้างขวาง ถึงการดำเนินโครงการและโครงการมีสภาพทรุดโทรมและถูกทิ้งร้าง ไม่มีการก่อสร้างต่อแต่อย่างใด

ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา แจ้งว่าดำเนินการก่อสร้างเป็นไปตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานในระยะที่ ๑ ไปแล้ว ช่วงประมาณปลายปี ๒๕๖๘ แต่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ ๒ ต่อได้ทันที เนื่องจากต้องรอการอนุมัติประมาณปี ๒๕๖๙ จำนวน ๑๒๐ ล้านบาท และดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างมาดำเนินการต่อในระยะที่ ๒ ทำให้โครงการภายหลังก่อสร้างในระยะที่ ๑ แล้วเสร็จ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากเทศบาลฯ ยังไม่รับโอนจนกว่าจะก่อสร้างเสร็จ ๑๐๐%ตามแผนดำเนินการโครงการทั้งหมด ทำให้โครงการมีสภาพเหมือนก่อสร้างไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างระหว่างรอกระบวนจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่มาดำเนินการ ประกอบกับโครงการยังไม่มีการติดตั้งไฟส่องสว่าง และกำหนดทางเข้าออกโครงการที่สะดวก ทำให้โครงการมีสภาพทรุดโทรมไม่สวยงามเกิดตะกอนดินทับถมบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง

เฟส ๒ อีก ๑๒๐ ล้าน
ระยะที่ ๒ มีงบประมาณได้รับการจัดสรรจำนวน ๑๒๐ ล้านบาท มีการกำหนดรายการก่อสร้างสำคัญ ๘ รายการ ดังนี้ ๑.งานเขื่อนป้องกันตลิ่ง ความยาว ๑ กิโลเมตร (๖๐ ล้านบาท) ๒.งานก่อสร้างสะพานข้ามลำตะคอง จุด A (๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท) ๓.งานก่อสร้างสะพานทางเดินเชื่อมหน้าอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท) ๔.งานก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท) ๕.งานสถาปัตยกรรมทางเดินริมน้ำและรอบอ่างเก็บน้ำอัษฏางค์ (๔๐,๐๐๐,๐๐๐  บาท) ๖.งานก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณสะพานข้ามลำตะคอง (๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท) ๗.งานปรับปรุงสวนสาธารณะบริเวณอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท) ๘.งานระบบไฟฟ้าแสงสว่าง (๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท) ซึ่งโครงการในระยะที่ ๒ มีความคืบหน้า อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างมาดำเนินก่อสร้างต่อจากระยะที่ ๑ คาดว่าจะได้ผู้รับจ้างในช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ และดำเนินการก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ การก่อสร้างคลองซองเกชอนโคราช ๒๓๘ ล้านบาท จะคุ้มค่ากับงบประมาณหรือไม่ เนื่องจากสภาพโครงการปัจจุบันทรุดโทรมมาก สภาพน้ำในคลองไม่สะอาด ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้ประโยชน์โครงการดังกล่าว และภายหลังการก่อสร้างเสร็จและส่งมอบให้เทศบาลนครนครราชสีมา จะบริหารจัดการคลองได้อย่างประสิทธิภาพหรือไม่ ชาวโคราชจะมีแลนด์มาร์กใหม่ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่
หากมีความคืบหน้า “โคราชคนอีสาน” จะนำเสนอต่อไป


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๑ ฉบับที่ ๒๗๘๒ วันที่ ๑ เดือนพฤษภาคม - วันที่ ๓๐ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙


3 135