September 30,2026
‘พม.-สธค.’เปิดโรงรับจำนำรัฐ แห่งแรกกลางเมืองโคราช โปรโมชั่นสาขาใหม่ดอกเบี้ย ๐%

สธค.เลือกเปิดโรงรับจำนำของรัฐ สาขา ๕๒ กลางเมืองโคราช เปิดโอกาสประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น และดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ “เปิดสาขาใหม่ อุ่นใจ ฟรีดอกเบี้ย ๑ เดือน” ผอ.สธค.ย้ำ นำสิ่งของมาจำนำแล้วยังขอทุนการศึกษาให้บุตรหลานได้
เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๙ มีพิธีเปิดสถานธนานุเคราะห์สาขา ๕๒ จังหวัดนครราชสีมา หรือโรงรับจำนำของรัฐ ภายใต้การดูแลของสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ในสังกัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เป็นประธาน พร้อมด้วย นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ อาคารเลขที่ ๑๒๙/๖-๙ ถนนประจักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้ เพื่อขยายโอกาสในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง สามารถเข้าถึงบริการรับจำนำของรัฐได้สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น และเพิ่มช่องทางในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินสำหรับครอบครัวและการประกอบอาชีพ นำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวว่า การเปิดสถานธนานุเคราะห์ สาขา ๕๒ จังหวัดนครราชสีมา เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวง พม. ในการขยายบริการสาธารณะของภาครัฐให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งนครราชสีมาเป็นจังหวัดสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเหมาะสมในการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงบริการทางการเงินของรัฐ โดยสำนักงานธนานุเคราะห์ สาขา ๕๒ จัดโปรโมชั่น “เปิดสาขาใหม่ อุ่นใจ ฟรีดอกเบี้ย ๑ เดือน” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเปิดให้บริการสาขาแห่งใหม่ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ย ผู้ใช้บริการรับจำนำ ณ สถานธนานุเคราะห์ สาขา ๕๒ จังหวัดนครราชสีมา ภายในเดือนกันยายน ๒๕๖๙ ได้รับสิทธิยกเว้นดอกเบี้ยรับจำนำเป็นระยะเวลา ๑ เดือน นับตั้งแต่วันที่รับจำนำ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.
“สำนักงานธนานุเคราะห์ เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวง พม. มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเงินทุนของรัฐที่ช่วยเหลือประชาชนในยามจำเป็น โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม อีกทั้งเป็นการลดภาระการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทย” นายนิกร กล่าว
นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการ สธค. เปิดเผยว่า การเปิดให้บริการสถานธนานุเคราะห์ ๕๒ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขยายโอกาสให้ประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน และประชาชนที่ประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สธค. ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างสะดวก เป็นธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจต้องพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบที่มีภาระสูง ขณะเดียวกัน สธค. ไม่ได้มองบทบาทของตนเองเพียงการช่วยเหลือด้านการเงินในระยะสั้น แต่ต้องการเชื่อมโยงการให้บริการกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในระยะยาว ทั้งการส่งเสริมการออม การสร้างวินัยทางการเงิน การสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา การส่งเสริมอาชีพ และการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป้าหมายสำคัญคือ การช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่มีความเดือดร้อน และมีโอกาสกลับมายืนได้ด้วยตนเองอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สถานธนานุเคราะห์ สาขา 52 ริมถนนประจักษ์ เมืองนครราชสีมา
“ด้วยความที่เป็นโรงรับจำนำของรัฐ ที่อยู่ภายใต้กระทรวง พม. มีการทำวิจัยช่วงดอกเบี้ยสำหรับประชาชนที่ขัดสน พบว่าทรัพย์ที่นำมาจำนำไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท จึงลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง ๐.๒๕ บาทต่อเดือน หรือร้อยละ ๓ ต่อปี ซึ่งไม่มีสินเชื่อใดในประเทศไทยที่ต่ำขนาดนี้ ถือว่าทาง สธค.ขาดทุนด้วยซ้ำไป แต่ก็ยินดีที่จะดูแลประชาชนกลุ่มนี้ และเรายังมีดอกเบี้ยอีก ๓ กลุ่ม มีทั้ง ๐.๗๕ บาท, ๑ บาท และ ๑.๒๕ บาทตามกฎหมาย ดังนั้น การมาเปิดสาขาที่จังหวัดนครราชสีมา ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้ามาใช้บริการในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ ทั้งนี้ จากที่มีการดำเนินการมาแล้วคือในช่วงเปิดเทอมไม่มีการคิดดอกเบี้ย หรือบางช่วงยังมีชุดนักเรียนให้ฟรีด้วย หรือในช่วงที่เกษตรกรต้องปลูกพืชผล ต้องการทุนไปซื้อปุ๋ย ทาง สธค.ก็ให้ดอกเบี้ย ๐% อีกด้วย” ผู้อำนวยการ สธค. กล่าว
นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการ สธค. กล่าวเชิญชวนไปใช้บริการสถานธนานุเคราะห์ เพราะนอกจากคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำแล้ว สิ่งที่จะได้ต่อมาคือ หากนำสิ่งของมาจำนำในราคา ๓๐๐ บาท หรือ ๕๐๐ บาท ก็ยังสามารถขอทุนการศึกษาจาก สธค.ได้ ซึ่งทุนการศึกษาที่จัดไว้สำหรับนักเรียน ม.๑-๖ ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท ปริญญาตรีทุนละ ๒๔,๕๐๐ บาทต่อปี โดย สธค.ยินดีที่จะมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ โดยเฉพาะที่ต้องการย้ำคือในช่วงเปิดเทอมและฤดูกาลเพาะปลูก ทาง สธค.คิดดอกเบี้ย ๐%
นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน สำนักงานธนานุเคราะห์ยังจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ณ พื้นที่นิคมสร้างตนเองพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง สธค.เล็งเห็นความสำคัญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่ากลุ่มอื่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม จะช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ลดปัญหาฝุ่นและมลพิษ ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในชุมชน ขณะเดียวกัน กิจกรรมนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน กลุ่มเปราะบาง หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลชุมชนของตนเอง ซึ่งวันนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๓๐๐ คน และร่วมกันปลูกต้นไม้จำนวน ๓๐๐ ต้น สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างชุมชนที่น่าอยู่และมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการ สธค.
นายประสงค์ พันธ์ลิมา เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้ สะท้อนบทบาทของ สธค. ในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เนื่องจาก สธค.ให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจโดยคำนึงถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่มีความจำเป็น และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ สธค. ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือและสร้างโอกาส ดังนั้น การดำเนินงานของ สธค. จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการให้บริการด้านการรับจำนำ แต่ยังมุ่งเชื่อมโยงภารกิจด้านสังคมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการสนับสนุนการศึกษา การช่วยเหลือผู้ที่ประสบความเดือดร้อน การส่งเสริมอาชีพ ตลอดทั้ง การสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน การปลูกต้นไม้ในครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งให้ประชาชนและกลุ่มเปราะบางมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และมีสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

ผู้บริหาร สธค.
นอกจากนี้ ยังมีการมอบทุนการศึกษา ๕๐ ทุนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่อาจมีข้อจำกัดหรือมีความจำเป็นด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพราะหากเด็กและเยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สามารถพัฒนาความรู้ ทักษะ และศักยภาพของตนเอง และมีโอกาสประกอบอาชีพที่มั่นคงในอนาคต สำหรับเด็กและเยาวชนจากครอบครัวที่มีข้อจำกัด การได้รับทุนการศึกษายังช่วยลดภาระของครอบครัว และช่วยให้เด็กสามารถเดินหน้าต่อในเส้นทางการศึกษาได้โดยไม่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ดังนั้น ทุนการศึกษาในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า แต่เป็นการ “ส่งต่อโอกาส” และเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวง พม. ที่มุ่งสร้างสังคมที่อยู่ดี มีโอกาส และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับคนไทยทุกคน
“อย่างไรก็ตาม สธค.ยังมอบถุงยังชีพจำนวน ๕๐ ชุด เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้แก่ประชาชนที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะครอบครัวที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจหรืออยู่ในกลุ่มเปราะบาง สิ่งสำคัญคือ เราต้องการให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างตรงจุดและทันท่วงที เพราะในบางช่วงเวลา เพียงภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐานในชีวิตประจำวันก็อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของครอบครัวได้ ซึ่ง สธค. มองว่าการช่วยเหลือไม่ควรหยุดอยู่เพียงการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ควรดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ทั้งการส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาทักษะ การเข้าถึงแหล่งทุน และการสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชน” นายประสงค์ พันธ์ลิมา กล่าวในท้ายสุด
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๒ ฉบับที่ ๒๗๘๔ วันที่ ๑ เดือนกันยายน - วันที่ ๓๑ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙
5 442



