2ndJune

2ndJune

2ndJune

 

March 24,2016

“แป๊ะเจี๊ยะ” หรือ “เก๋าเจี๊ยะ” ใครรับประทาน

          ช่วงที่ผ่านมาหยกๆ กะช่วงที่กำลังจะผ่านไป เป็นช่วงที่บรรดาผู้ปกครองทั้งหลายต่างพากันหลับไม่สนิท ด้วยภาวะทางจิตที่ต่างก็ต้องวิตกว่า ลูกหลานตนจะสอบเข้าเรียนได้หรือไม่? เริ่มกันตั้งแต่ชั้นอนุบาลยันมหาวิทยาลัย
          แม้ว่าลูกตัวเองจะเก่งขนาดไหน ก็ยังวิตกกังวลอยู่ดี ด้วยทุกวันนี้ จำนวนเด็กที่จะต้องเข้าเรียนต่อในทุกระดับชั้นมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          ที่สำคัญ ผู้ปกครองต่างก็อยากให้ลูกหลานได้เข้าโรงเรียนดังระดับแบรนด์เนม เรื่องนี้ก็ไม่ว่ากัน
          นี่กระมังขอรับ ที่เป็นเหตุให้มีการ ประมูลราคา ก่อนได้เข้าเรียน
          มีการเรียกรับเงินโดยตัดสินกันที่ใครสามารถให้ได้มากกว่า คนนั้นก็ชนะการประมูลไป
          เขาใช้เลี่ยงบาลีว่า เงินบำรุงการศึกษา ฟังดูดี เท่ ได้บุญ
          แต่ห่วยแตก!
          เคยได้ยินไหมขอรับว่า ผู้ปกครองเต็มใจจ่าย ทางโรงเรียนไม่ได้เรียกร้อง เพียงแค่ให้เติมคำในช่องว่าง เป็นการทดสอบพ่อแม่ก่อนที่จะให้ลูกสอบ ซึ่งง่ายๆ แต่คิดมากหน่อย คำตอบก็ต้องตอบเป็นรหัสลับ เป็นตัวเลข ใครเขียนตอบด้วยจำนวนตัวเลขที่มากกว่า ลูกแก..เอ้ย!..ลูกคนนั้นก็สอบเข้าได้ จริงไม่จริง?
          แม้ว่าประเทศไทยใหญ่อุดมของผมจะมีรัฐบาลมาหลายๆ ปี มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการมาหลายๆ คน เคยได้ยินเรื่องที่จะปราบเงินบำรุงการศึกษามาก็นานนัก แต่ทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำก็บ่ฮู้!
          ยิ่งนับวัน จำนวนเงินบริจาคค่าบำรุงการศึกษา เพิ่มมากขึ้น มากขึ้น ตามค่าของเงิน
          นี่เป็นตรรกะที่ห่วยแตกอีกห่วยหนึ่ง!
          ถามตรงๆ นะขอรับว่า มีพ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนที่ยินดีจ่ายอย่างเต็มใจ รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่า เขายื่นซองให้ท่านไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไป ในใจก็ด่าไป...ไม่สะดุ้งใจมั่งหรือขอรับ...รึไม่จริง?
          ผมว่ายุครัฐบาลลุงตู่ผู้กล้าหาญของผมนี่แหละ พอจะเป็นความหวังให้ชาวบ้านได้มั่งไม่มากก็มากกว่าที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะการให้นายทหารมากำกับดูแลกระทรวงดึกดำบรรพ์ จึงเป็นความหวังใหม่ว่า การศึกษาชาติจะดีขึ้นทุกระบบ
          ประเทศไทยไม่รู้เป็นไง? ต้องให้ทหารเข้ามาจัดระบบบริหารให้อยู่เรื่อย ปล่อยให้พลเรือนบริหารกันเอง มันก็เป็นอย่างที่เป็นมา บ้านเมืองอิบอ๋ายมานักต่อนัก ตัวเล็กตัวน้อยก็กินน้อย ไม่กล้ามาก ตัวใหญ่ขึ้นก็คำโตขึ้นตามลำดับ
          ไม่เพียงแต่จะรับประทานกันเองในวงราชการ ยังข้ามมาแย่งร่วมโต๊ะจีนกะวงธุรกิจ จนทำให้ระบบธุรกิจต้องหากำไรเพิ่มมากขึ้น เพราะนักธุรกิจเขามองว่านั่นคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ชาวบ้านอีกนั่นแหละขอรับ รับซวย..เอ้ย!..รับกรรมไป
          การที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นการส่งสัญญาณให้คนในวงการการศึกษารู้ตัวว่า ต้องวางตัวและเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนนิสัยกันอย่างไร
          เอาง่ายๆ แค่เด็กชั้นอนุบาล ต้องแบกหินไปโรงเรียนทุกวัน ต้องซื้อหนังสือตามหลักสูตรจำนวนมาก และยังถูกทางโรงเรียนบังคับซื้อหนังสือนอกหลักสูตรที่อ้างว่า เป็นหนังสืออ่านนอกเวลามั่ง หนังสือเสริมสารพัดวิชามั่ง
          ที่น่าเกลียดที่สุด ครูประจำชั้นสั่งให้เด็กแบกหนังสือไปวิชาละหลายเล่ม โดยบอกว่า เวลาเลือกใช้เล่มไหนจะได้หยิบมาใช้ได้ทันที นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่า ครูไม่มีคุณสมบัติแห่งความเป็นครู ไม่มีการเตรียมแผนการสอน ซึ่งต้องทำและบรรจุลงในตารางสอนให้ชัดเจน จะยืดหยุ่นอย่างไรก็ต้องบอกเด็กชัดๆ ก่อนวันเรียนว่า วันไหนเรียนเล่มไหน?
          เรื่องเล่าในโรงเรียนมีให้เล่าได้ทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงนี้ ไม่มีเรื่องใดที่ผู้ปกครองเขาไม่เม้าท์กันมันส์ปากเท่าเรื่อง “แป๊ะเจี๊ยะ” หรือ “เก๋าเจี๊ยะ” กันดอกนะขอรับ ...เออ! ว่าแต่ว่า ยังไม่ได้เล่าถึงคำว่า “เก๋าเจี๊ยะ” เลยนะ แต่คงเข้าใจนะขอรับ จบละ!

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๒๓๕๑ วันพุธที่ ๑๖ - วันอาทิตย์ที่ ๒๐ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙


794 2,185