24thOctober

24thOctober

24thOctober

 

October 02,2017

ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดงบุก ถูกตุ๋นกว่า ๓๐ ล้าน


           เกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามแดงบุกศูนย์ดำรงธรรมฯ ร้องเรียนให้ดำเนินคดีผู้หลอกลวงให้ลงทุนเลี้ยงกุ้งในลักษณะแชร์ลูกโซ่ สมาชิกทั่วไทย ๒,๘๐๐ คน รวมความเสียหายกว่า ๓๐ ล้านบาท ขอให้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง 

 

           เมื่อเวลา ๑๐.๓๐ น. วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๐ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้นำผู้เสียหายหลังถูกหลอกให้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง หรือกุ้งเครฟิช กว่า ๒๐ ราย เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และนำสืบสู่การดำเนินคดีกับนายเดชาวิต จันทร์ส่องแสง ประธานสหพันธ์กุ้งก้ามแดง ไอจีโอ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลเฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และผู้เกี่ยวข้อง โดยกล่าวหาว่าเป็นมิจฉาชีพ หลอกลวงชักชวนให้มาลงทุนเลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเกิดความเสียหายมูลค่ากว่า ๓๐ ล้านบาท ซึ่งมีนายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางสาวปัณฑารีย์ โชรัมย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมฯ ร่วมรับฟังปัญหา และรับเอกสารร้องทุกข์ของผู้ร้องเรียน โดยนายมุรธาธีร์กล่าวกับผู้ร้องเรียนว่า จะดำเนินการมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างชัดเจน รวมทั้งให้ติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

           นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ร้องเรียนที่เดินทางมาในวันนี้ เป็นตัวแทนสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ ที่มีจำนวนกว่า ๒,๘๐๐ ราย โดยถูกนายเดชาวิตหลอกให้นำเงินมาลงทุนเลี้ยงกุ้งก้ามแดง เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๕๙ โดยอ้างว่าตัวว่า เป็นสหพันธ์กุ้งก้ามแดงเนื้อ ไอจีโอ แล้วเปิดเพจในเฟซบุ๊ก  ชักจูงให้ไปหาสมาชิกเข้ามาลงทุนซื้อลูกกุ้งก้ามแดงขนาด ๑ นิ้วไปเลี้ยง ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ มีเงินลงทุนตั้งแต่รายละ ๑๕,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ในลักษณะมีตัวแทนเครือข่ายระดับอำเภอ และจังหวัด เพื่อส่งต่อให้กับบริษัทที่ถูกอ้างว่าเป็นบริษัทใหญ่มีชื่อเสียง และมีเงินทุนรับซื้อกุ้ง เมื่อบรรดาผู้เสียหายหลงเชื่อมาสมัครลงทุน ปรากฏว่าไม่ได้รับกุ้งไปเลี้ยง หรือขายกุ้งไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ บางรายต้องเสียเงินค่าขุดบ่อ ทำบ่ออีกหลายแสนบาท ขณะนี้ผู้เสียหายเดือดร้อนมาก เพราะต้องการหารายได้สุจริตทำเพื่อเป็นรายได้เสริม จึงร้องทุกข์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.๒๕๒๗ ที่มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการฯ ในการยุติความเสียหายต่อประเทศชาติ และประชาชน ที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการมาให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมฯ แล้วกว่า ๓๐ ราย

           ด้านนายบุญชู แววกระโทก อายุ ๔๙ ปี เจ้าของบ่อกุ้งบุญชูเครฟิช เลขที่ ๒๓๕ หมู่ ๘ ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี เปิดเผยว่า ตน และครอบครัวประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งอยู่แล้ว แต่ต้องการขยายตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ จึงสมัครเป็นสมาชิกด้วยเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ไม่ได้รับพันธุ์กุ้งมาเลี้ยงแต่อย่างใด เพียงขอสิทธิ์ในการส่งจำหน่ายแก่บริษัทฯ ที่อ้างตัวว่าสามารถรับซื้อกุ้งได้ในปริมาณมาก และมีราคาดีกว่าท้องตลาด แต่หลังจากต้องใช้เวลาเลี้ยงกุ้งนานกว่า ๔-๖ เดือน กระทั่งกุ้งโตได้ขนาด ๔-๖ นิ้ว ราคา ๔๐๐-๖๐๐ บาท กลับมีการรับซื้อจริงเพียง ๑-๒ ครั้งเท่านั้น ภายหลังก็ไม่มีการรับซื้อแต่อย่างใด จึงเกิดความเสียหายอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผู้กระทำผิดดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่าง หรือไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นอีก

           อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้หากมีความคืบหน้า และติดต่อขอสัมภาษณ์จากนายเดชาวิต จันทร์ส่องแสง ประธานสหพันธ์กุ้งก้ามแดง ไอจีโอ ได้ “โคราชคนอีสาน” จะนำเสนอต่อไป

 

 

 

โปรดติดตามข่าวโดยละเอียดจาก นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒๔๖๐ วันอาทิตย์ที่ ๑ - วันพฤหัสบดีที่ ๕ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐


40 5634