25thMay

25thMay

25thMay

 

September 27,2023

‘ซีพีเอฟ’เตรียมส่งไก่ไปอวกาศ เปิด‘โรงงานโคราช’โชว์กระบวนการผลิตเนื้อไก่ปลอดภัย ส่งมอบผู้บริโภคด้วยมาตรฐานที่นักบินอวกาศยอมรับ

 

“ซีพีเอฟ” ตอกย้ำผู้นำเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตเนื้อไก่ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน มีความปลอดภัยอาหารสูงสุด ปลอดสารตกค้าง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ ไก่ซีพี ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ แบรนด์ไทยหนึ่งเดียวที่ได้การรับรองมาตรฐานเดียวกับนักบินอวกาศรับประทาน วางรากฐาน ๕ หลักการเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๓๐ น. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมกระบวนการผลิตไก่ที่ได้มาตรฐานระดับโลก ณ โรงงานแปรรูปไก่เนื้อนครราชสีมา ตำบลท่าเยี่ยมอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองผู้อำนวยการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า ธุรกิจไก่เนื้อ-เป็ดเนื้อ ครบวงจร ซีพีเอฟ และนายสุรศักดิ์ บุญครอง รองผู้อำนวยการด้านการผลิตชำแหละไก่ ซีพีเอฟ นำคณะร่วมต้อนรับและนำชมกระบวนการผลิต

น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองผู้อำนวยการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า ธุรกิจไก่เนื้อ-เป็ดเนื้อ ครบวงจร ซีพีเอฟ

ทั้งนี้ เนื่องจาก ซีพีเอฟเตรียมส่งไก่ไทยไปพิชิตอวกาศ ในภารกิจ ‘CP Mission to Space...ไก่ไทยจะไปอวกาศ’ โดยดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสองพันธมิตร NANORACKS LLC และบริษัท มิวสเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด หรือ MU Space ซึ่งไก่ไทยต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศรับประทาน

น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองผู้อำนวยการด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า ธุรกิจไก่เนื้อ-เป็ดเนื้อ ครบวงจร ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพ และความปลอดภัยทางอาหารอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้บริโภคทุกคนได้คุณค่ามากที่สุด มีการนำขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ โดยยึดมาตรฐาน ๕ ประการ ประกอบด้วย 

๑. ไก่สายพันธุ์คัดเลือกพิเศษตั้งแต่ระดับ DNA ต้องแข็งแรงตั้งแต่พ่อแม่พันธุ์ 
๒. การพัฒนาสูตรอาหารให้เหมาะสมกับไก่ในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เติบโตได้ดี พร้อมทั้งเสริมภูมิคุ้มกันไก่ด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติก เพื่อทำให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในร่างกาย ส่งผลให้สัตว์มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ไม่ป่วย จึง  ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะและสารฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตตลอดการเลี้ยงดู อีกทั้งยังเสริมด้วยวิตามิน และเกลือแร่ ๒๓ ชนิด 
๓. ตรวจสอบวิเคราะห์โรคแบบเรียลไทม์ เพื่อให้มั่นใจว่าไก่ปลอดภัยจากเชื้อโรคตลอดเวลาที่เลี้ยงดู 
๔. ฟาร์มแล็บ (Farm Lab) ซึ่งเป็นจุดแข็งของซีพีเอฟ โดยเป็นบริษัทที่มีห้องปฏิบัติการตรวจสอบกระบวนการเผาผลาญอาหารของไก่และกำหนดโภชนาการได้อย่างแม่นยำ 
๕. ฟาร์มระบบปิด มีมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสูง โดยเลี้ยงไก่ในโรงเรือนปิดมีการปรับสภาพสิ่งแวดล้อม อุณหภูมิ การระบายอากาศที่เหมาะสม ด้วยการดูแลตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) เพื่อให้มั่นใจว่าไก่อยู่อย่างสบาย สุขภาพแข็งแรงตามธรรมชาติ 

 

มาตรฐานทั้ง ๕ ประการในการผลิตไก่ เป็นผลจากการรวบรวมมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสากล ควบคู่กับแนวคิดในการพัฒนาอาหาร เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสูงให้ผู้บริโภค
“กระบวนการแปรรูปเนื้อไก่ของซีพีเอฟ ได้นำระบบ Smart Factory เทคโนโลยีที่ทันสมัยในกระบวนการผลิตอาหาร ประกอบด้วย ระบบอัตโนมัติ AI และ IoT เชื่อมการทำงานแบบอัจฉริยะ และติดตามผลได้แบบ Real Time ช่วยให้เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหารมีความปลอดภัยสูง และเพิ่มความมั่นใจด้วยกระบวนการทดสอบในห้องปฏิบัติการ Food Lab ตรวจสอบสารตกค้าง และเชื้อก่อโรค ด้วยความแม่นยำสูงและรวดเร็ว ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เสริมสร้างความมั่นใจว่า อาหาร ปลอดโรค ปลอดภัย ปลอดสารตกค้าง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้” น.สพ.พยุงศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผสมผสานมาตรฐานความปลอดภัยอาหารพื้นฐาน อาทิ GHP HACCP BRC รวมทั้งมาตรฐานสากลระดับโลกด้านคุณภาพความปลอดภัยอาหาร มาเป็นมาตรฐานของซีพีเอฟ (CPF Food Standard) ซึ่งเป็นจุดแข็ง ที่สามารถการันตีผลิตภัณฑ์ไก่ซีพี มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับโลก คนไทยได้บริโภคที่มีมาตรฐานเดียวกับนักบินอวกาศ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไก่ซีพี ยังการันตีด้วยรางวัล ‘KFC Asia Recipe For Good Award 2022’ สะท้อนความเป็นเลิศในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ที่สำคัญซีพีเอฟยังผ่านการประเมินผลการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ตามมาตรฐานของเคเอฟซีได้ครบถ้วน ๑๐๐% ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่เคเอฟซีกำหนดไว้ปี ๒๕๗๑ ในการมีส่วนร่วมพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน (Responsible Supply Chain) เพื่อส่งมอบคุณภาพและความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภคอย่างยาวนาน 

สำหรับภารกิจการส่งอาหารไปให้นักบินอวกาศนั้น น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การส่งไก่ไปอวกาศเป็นการตอกย้ำว่า ผู้บริโภคในประเทศเราได้บริโภคสิ่งที่ดีมานานแล้ว สร้างความมั่นใจว่า สิ่งที่ผู้บริโภคในประเทศนั้น สามารถที่จะให้นักบินอวกาศรับประทานได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่านักบินอวกาศจะต้องได้รับอาหารที่มีความปลอดภัยสูงสุด เพราะอยู่บนยานอวกาศไม่มีแพทย์ ไม่มีโรงพยาบาล เพราะฉะนั้น ถือว่าโครงการนี้ทำให้ทุกภาคส่วนได้เห็นว่าซีพีเอฟมุ่งมั่นทำแต่สิ่งที่ดี และมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่เราทำ

“ในขั้นตอนแรกทางศูนย์วิจัยได้รับการอนุมัติในเนื้อไก่ว่ามีความปลอดภัยจริงๆ ในมาตรฐานที่เราผลิต และเป็นความปลอดภัยที่อยู่ในขั้นสูงสุด เรียกว่าสูงเกินกว่าที่ทางนักวิจัยหรือทางศูนย์วิจัยของ NASA หรือทางศูนย์วิจัยอาหารของนักบินอวกาศยอมรับ ซึ่งเนื้อไก่ของเราผ่านการตรวจรับรองแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ เปลี่ยนจากเนื้อไก่เป็นผลิตภัณฑ์ปรุงสุกในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะได้รับข่าวดีในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้าที่เราจะส่งมอบผลิตภัณฑ์ไปให้นักบินอวกาศรับประทานบนอวกาศจริงๆ” น.สพ.พยุงศักดิ์ กล่าว

 

และท้ายที่สุด น.สพ.พยุงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า “วันนี้เป็นโอกาสที่ดีอีกวันหนึ่งที่ซีพีเอฟเปิดห้องปฏิบัติการของโรงงานให้สื่อมวลชนได้เห็น เพื่อให้มั่นใจว่าที่เราได้บอกผู้บริโภคว่า สินค้าและผลิตภัณฑ์ของเรามีการตรวจสอบก่อนส่งมอบ ทุกล็อตการผลิตเกิดขึ้นจริง และเป็นการตรวจไปถึงระดับพันธุกรรม ทั้งในเรื่องของสิ่งปนเปื้อนและสิ่งตกค้างในระดับ ๑ ส่วนจาก ๑ พันล้านส่วน ซึ่งถือว่าเป็นการตรวจที่ละเอียดมาก โดยเครื่องมือที่มีความทันสมัย มีความแม่นยำ ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นเครื่องมือที่ได้รับการรับรองในระดับโลก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ซีพีเอฟยืนยันว่า ปลอดสาร ปลอดภัย ไร้สารตกค้างแน่นอน”

ปลื้มปริ่มใจ ‘ไก่ไทย’ ที่ผ่านกระบวนการผลิตจาก “โรงงานแปรรูปโคราช” ของซีพีเอฟ กำลังจะทะยานไปสู่อวกาศในเร็ววันนี้

•ทีมข่าวโคราชคนอีสาน

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๕๗ วันที่ ๑๕ เดือนสิงหาคม - วันที่ ๑๔ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖


334 1,494