25thMay

25thMay

25thMay

 

October 29,2023

สงครามคอนโดระอุ! ‘แสนสิริ’ฟื้นคอนโด ๓๘ ชั้น ลุยอีไอเอ‘เดอะเบสโคราช’ ‘เอสเซ็นท์’บุกบุรีรัมย์ ๑๘ ชั้น

 

ตลาดคอนโดระอุ “แสนสิริ” กลับมาฟื้น “เดอะ เบส โคราช” ใจกลางเมือง หลังจากยุติไปกว่า ๑๐ ปี จ้างบริษัทที่ปรึกษาลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เตรียมทำ EIA สูง ๓๘ ชั้น ๘๓๓ ห้อง ออกแบบใหม่แต่สร้างบนทำเลเดิม คาดใช้เวลา ๓๐ เดือน ด้าน “ซิตี้ลิงค์” เปิดตัวแท่งใหม่พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่าง ส่วน “เอสเซ็นท์” บุกบุรีรัมย์ ๑๘ ชั้น พรั่งพร้อมความสะดวก เปิดพรีเซลพฤศจิกานี้

ภายหลังจากที่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI แถลงข่าวเปิดตัวจะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖ ในชื่อ “เดอะ เบส ไฮท์–โคราช” (THE BASE HEIGHT KORAT) ใจกลางเมืองโคราช ริมถนนมิตรภาพ (ติดโรงแรมไทยโฮเต็ล) ข้างโชว์รูมมาสด้าราชา ทั้งนี้ มูลค่าโครงการประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท สูง ๒๕ ชั้น หรือ ๖๕ เมตร จำนวน ๑,๑๓๔ ยูนิต เมื่อสร้างเสร็จคาดว่าจะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองได้โดยรอบ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ ๖ ไร่ มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า ๖,๐๐๐ ตร.ม. มีสระว่ายน้ำโอลิมปิก เปิดรับทัศนียภาพนอกอาคาร Sky Access Garden สวนบนชั้น Roof Top โถงต้อนรับ Triple Volume สูงเปิดโล่งถึง ๓ ชั้น และห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน พื้นที่จอดรถ และจักรยาน พร้อมอินเทอร์เน็ตไร้สายและมีระบบความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยตั้งเป้าว่าจะให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยได้ในปี ๒๕๖๐ แต่เมื่อมีการก่อสร้าง Sales Gallery และเปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่างแล้ว ต่อมาในปี ๒๕๕๘ แสนสิริได้แจ้งกับลูกค้าว่าขอยุติการพัฒนาโครงการ อ้างว่า ตลาดและความต้องการของผู้บริโภคทั้งในส่วนอยู่อาศัยและลงทุน มีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากในช่วงระยะเวลาที่มีการเปิดโครงการ ทำให้บริษัทฯ ต้องยุติการก่อสร้างโครงการฯ ชั่วคราว เพื่อโอกาสในการ review แบบ ขนาดห้อง และองค์ประกอบต่างๆ ที่จะส่งผลให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือเพื่อลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตามที่ “โคราชคนอีสาน” เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง

 

ฟื้นคอนโดกลางเมืองโคราช
ล่าสุดเมื่อประมาณวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ภูเก็ต เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด บริษัทที่ได้รับการว่าจ้างจากบริษัท พิวรรธนา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ลงพื้นที่แจกเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการอาคารอยู่อาศัยรวม เดอะเบส โคราช (The Base Korat) ของบริษัท พิวรรธนา จำกัด โดยระบุรายละเอียดว่า ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการ ทั้งนี้โครงการได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตลอดการดำเนินโครงการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอโครงการ รายละเอียดโครงการ ขอบเขตการศึกษา และการประเมินทางเลือกโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการที่จะเกิดขึ้น และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งขอบเขตการศึกษาและการประเมินทางเลือกโครงการ อีกทั้งยังเป็นการนำข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นมาใช้ประกอบการศึกษา และการจัดทำรายงาน EIA ให้ครบถ้วน

สูง ๓๘ ชั้น ๘๓๓ ห้อง
พร้อมทั้งระบุเหตุผลและความจำเป็นในการพัฒนาโครงการก่อสร้างอาคารชุดเพื่อการพักอาศัยสำหรับตอบสนองความต้องการด้านที่พักอาศัยของประชาชนที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการตั้งอยู่ที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๔ (ถนนราชสีมา-โชคชัย) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันโครงการอยู่ในระหว่างการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ยังไม่มีการก่อสร้าง เอกสารดังกล่าวยังระบุรายละเอียดว่า โครงการอาคารอยู่อาศัยรวม เดอะเบส โคราช (The Base Korat) เป็นโครงการประกอบกิจการประเภทอาคารอยู่อาศัยรวม (อาคารชุด) จำนวน ๘๓๓ ห้องพัก ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดิน จำนวน ๔ ฉบับ ได้แก่ เลขที่ ๒๖๘๘๒๖, เลขที่ ๒๗๒๔๙๑, บางส่วนของเลขที่ ๒๗๒๔๙๐ และบางส่วนของเลขที่ ๑๐๑๔ ภายในโครงการประกอบด้วย อาคาร ค.ส.ล. สูง ๓๘ ชั้น จำนวน ๑ อาคาร มีที่จอดรถยนต์ สระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

เรียบง่าย ทันสมัย
สำหรับรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของอาคารเน้นการออกแบบอาคารให้ดูทันสมัย เรียบง่าย มีการระบายอากาศตามธรรมชาติ โดยจัดให้มีระเบียงเปิดโล่ง นอกจากนี้ยังจัดพื้นที่สีเขียวบริเวณพื้นที่ว่าง ซึ่งจะช่วยลดความกระด้างจากโครงสร้างของอาคาร และลดผลกระทบต่อทัศนียภาพของผู้ที่สัญจรไปมาได้อีกด้วย นอกจากนี้ ทางโครงการจะได้ใช้สีหลังคาและตัวอาคารที่มีความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ส่วนรายละเอียดระบบสาธารณูปโภคนั้น ในการใช้น้ำ แหล่งน้ำใช้หลักของโครงการ จะใช้น้ำประปาจากสำนักการประปาเทศบาลนครนครราชสีมา เข้าเก็บในถังเก็บน้ำดี ก่อนจะสูบไปยังส่วนต่างๆ ของโครงการต่อไป ส่วนการจัดการน้ำเสีย โครงการจะจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียอาคาร ซึ่งสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในโครงการ สำหรับน้ำเสียของโครงการที่ผ่านการบำบัดจนได้มาตรฐานน้ำทิ้งอาคารแล้วจะนำไปใช้รดน้ำต้นไม้และพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ในช่วงฤดูฝนที่โครงการไม่สามารถนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดมารดน้ำต้นไม้ในโครงการได้ โครงการจึงจัดให้มีการระบายน้ำทิ้งดังกล่าวลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณประโยชน์ต่อไป ในขณะที่การจัดการขยะมูลฝอยนั้น โครงการจะจัดให้มีห้องพักขยะรวม โดยแบ่งออกป็นห้องพักขยะอินทรีย์ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย/ขยะติดเชื้อ ซึ่งสามารถรองรับขยะได้ไม่น้อยกว่า ๓ วัน โดยจะขอความอนุเคราะห์ให้เทศบาลนครนครราชสีมาเข้าดำเนินการเก็บขนขยะไปกำจัดต่อไป  

สำหรับกระแสไฟฟ้า โครงการจะรับบริการกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา (กฟภ.นครราชสีมา) โดยจะติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อลดแรงดันต่ำเข้าสู่แผงจ่ายไฟฟ้าหลัก ผ่านเข้าสู่ห้องควบคุมไฟฟ้าของโครงการ ก่อนจ่ายไฟฟ้าไปชั้นต่างๆ ของอาคาร

คาดก่อสร้าง ๓๐ เดือน
สำหรับระยะเวลาก่อสร้างนั้น (ปัจจุบันยังไม่มีการก่อสร้างใดๆ) คาดว่าใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ ๓๐ เดือน จำนวนคนงานก่อสร้าง ๕๐๐ คน
ทั้งนี้ ขอบเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อจัดทำอีไอเอในครั้งนี้ เป็นกลุ่มเป้าหมายดังนี้ ๑.กลุ่มในพื้นที่หลักซึ่งอยู่ติดโครงการ, ครัวเรือนในระยะ ๑๐๐ เมตร จากขอบเขตพื้นที่โครงการ และสถานประกอบกอบการในระยะทาง ๑๐๐ เมตร จากขอบเขตพื้นที่โครงการ ๒.กลุ่มพื้นที่รอบประกอบด้วยครัวเรือน/สถานประกอบการในระยะมากกว่า ๑๐๐-๕๐๐ เมตร จากขอบเขตพื้นที่โครงการ และครัวเรือน/สถานประกอบการในระยะทาง ๕๐๐-๑,๐๐๐ เมตรจากขอบเขตพื้นที่โครงการ ๓.กลุ่มพื้นที่อ่อนไหว ในระยะ ๑ กิโลเมตร จากขอบเขตพื้นที่โครงการ ๔.กลุ่มหน่วยงานราชการ ในระยะทาง ๑ กิโลเมตร จากขอบเขตพื้นที่โครงการ และ ๕.กลุ่มผู้นำชุมชนในขอบเขตพื้นที่โครงการ

แนวคิดการออกแบบ
สำหรับการออกแบบและรูปแบบโครงการนั้นมี ๓ ทางเลือก โดยทางเลือกที่ ๓ ได้คะแนนสูงสุดข้อละ ๓ คะแนน (รวม ๑๒ คะแนน) ซึ่งมี ๔ แนวคิด ได้แก่ ๑.การสัญจรภายในโครงการ คือ ทางเข้าออกอยู่บริเวณหน้าโครงการ และติดกับพื้นที่สีเขียวทำให้เปิดมุมมองเป็นทัศนียภาพที่ดี มีพื้นที่จอดรถใกล้เคียงกับโถงต้อนรับ อำนวยความสะดวกต่อผู้พักอาศัย การเข้าออกโครงการสามารถเข้าออกโครงการได้ง่าย มีจุดตัดของถนนค่อนข้างน้อยเกิดความคล่องตัวและสะดวกในการสัญจรทั้งในและนอกโครงการ ๒.แนวคิดการจัดการพื้นที่สีเขียว มีพื้นที่สีเขียวติดกับถนนสาธารณะเพื่อลดความใกล้ชิดอาคารโครงการกับถนนสาธารณะ สามารถช่วยบดบังมุมมองการเห็นโครงการจากภายนอกได้ และจัดให้มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ติดกับโถงต้อนรับและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามจากทั้งมุมมองจากภายในและภายนอกโครงการ ๓.แนวคิดเรื่องทิศทางการจัดวางอาคารและมุมมอง อาคารเป็นรูปตัว L ในขณะที่ขวางกับแนวเขตที่ดิน ทำให้มีส่วนของอาคารที่ปะทะกันน้อย เนื่องจากตำแหน่งที่บดบังเป็นตำแหน่งด้านสันของอาคาร ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง การวางอาคารในลักษณะนี้ทำให้มีพื้นที่สีเขียวขนานต่อเนื่องกันไปทั้งโครงการ และอาคารรอบข้างถูกบังแสงแดดหลายด้าน และ ๔.แนวคิดเรื่องความสูงของอาคาร มีการเว้นระยะห่างของอาคารจากแนวเขตที่ดินมีระยะพอสมควร ทำให้มุมมองที่มองจากถนนสาธารณะเข้ามาในโครงการไม่รู้สึกอึดอัด เนื่องจากมีขนาด Floor Plate ที่ไม่ใหญ่เกินไป มีจำนวน ๓๘ ชั้น ซึ่งเกิดจากปรับความสูง Floor to Floor ที่ระยะ ๓.๐๕ เมตร ทำให้ไม่รู้สึกว่าอาคารมีความหนาแน่นเกินไป แม้อาคารรอบข้างอาจถูกบังทัศนียภาพเดิมส่วนหนึ่ง

นอกจากนี้ ในส่วนของแนวคิดการออกแบบผนังตกแต่งอาคารนั้น เนื่องจากที่ตั้งของโครงการอยู่ใจกลางเมืองโคราชที่มีลักษณะเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของผู้คนเฉพาะ จึงนำการขึ้นของดวงอาทิตย์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบอาคาร (Rise and Rest) เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้ตื่นขึ้นมาพร้อมทำกิจกรรมในวันใหม่และพักผ่อนอย่างเต็มที่ในบ้านที่แสดงถึงพลังบวกในเวลากลางวัน อีกทั้งเลือกใช้สีที่มีความโดดเด่นแต่ไม่รบกวนพื้นที่โดยรอบด้วยโทนเย็นอย่างสีกรมท่าหรือสีน้ำเงินเทา

คอนโดเดอะเบส โคราช (The Base Korat) ของบริษัท พิวรรธนา จำกัด ในเครือแสนสิริ ซึ่งอยู่ระหว่างออกแบบ

ส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่
การพัฒนาโครงการจะเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจและธุรกิจการค้าในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาของเมืองและชุมชน
ส่วนผลกระทบในด้านลบ อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแก่ผู้อยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพในบริเวณใกล้คียง รวมทั้งผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว เช่น ระยะก่อสร้างจะเกิดปัญหาเสียงดังรบกวน, ฝุ่นละออง, ความสั่นสะเทือน, การจราจรติดขัด, ขยะมูลฝอย ในขณะที่ผลกระทบในระยะดำเนินการ ได้แก่ ปัญหาขยะมูลฝอย, น้ำเสีย, การระบายน้ำ และการจราจรติดขัด

การร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แยกเป็น ๑.การใช้น้ำ จัดให้มีถังสำรองน้ำใช้อย่างพอเพียง, รณรงค์ให้มีน้ำใช้ภายในโครงการอย่างประยัด เป็นต้น, เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ก็อกประหยัดน้ำ และชักโครกประหยัดน้ำ เป็นต้น ๒.การจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล จะจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน โดย BODออก ต้องได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด, นำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้ว มาใช้ประโยชน์ในการรดน้ำต้นไม้ภายในโครงการ, จัดให้มีการตรวจสอบประสิทธิภาพและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียของโครงการเป็นประจำ ๓.การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม ประกอบด้วย จัดให้มีบ่อหน่วงน้ำ เพื่อควบคุมอัตราการระบายน้ำออกนอกพื้นที่โครงการ และขุดลอกตะกอนในท่อระบายน้ำ รวมถึงบ่อพักน้ำอย่างสม่ำเสมอ

๔.การจัดขยะมูลฝอย จัดให้มีถังขยะมูลฝอยอย่างเพียงพอ รองรับไม่น้อยกว่า ๓ วัน ในระยะก่อสร้าง และจัดให้มีห้องพักขยะมูลฝอยรวม รองรับไม่น้อยกว่า ๓ วัน ในระยะดำเนินการ ๕.การจราจร จัดให้มีที่จอดรถอย่างเพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด, จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อควบคุมการจราจรบริเวณทางเข้าออกของโครงการ ๖.ความสั่นสะเทือน จัดให้มีรั้วโดยรอบเขตที่ดินโครงการ, ให้ก่อสร้างทำเฉพาะในช่วงเวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ หากมีการก่อสร้างเกินเวลาดังกล่าวโครงการจะทำเพียงเทคอนกรีตระบบฐานรากเท่านั้น และดำเนินการได้ไม่เกิน ๒๐.๐๐ น. รวมทั้งโครงการจะแจ้งให้ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ วัน, โครงการเลือกใช้เสาเข็มเจาะ ระบบ wet process ตามรูปแบบสภาพพื้นที่, จัดวิศวกรคอยตรวจสอบ และควบคุมงานก่อสร้างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด, โครงการจะมีการตรวจสอบอาคารข้างเคียงก่อนก่อสร้าง กรณีที่การก่อสร้างของโครงการก่อให้เกิดความเสียหายจากความสั่นสะเทือน โครงการจะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการ และโครงการจะทำการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม
      

สร้างที่เดิมแต่แบบไม่เหมือนเดิม
“โคราชคนอีสาน” สอบถามเจ้าหน้าที่บริษัท ภูเก็ตฯ ทางโทรศัพท์เพิ่มเติม ซึ่งเปิดเผยว่า เริ่มสำรวจเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อเตรียมจัดทำอีไอเอ โดยทั้งหมดจะมี ๓ ขั้นตอน ได้แก่ การประชาสัมพันธ์โครงการ ทำแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อห่วงกังวลในการก่อสร้างโครงการ และสุดท้ายคือการจัดทำร่างรายงานและร่างมาตรการป้องกันผลกระทบ ซึ่งตามกระบวนการที่ สผ.กำหนดทั้ง ๓ ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาขั้นตอนละ ๑๕ วัน หรืออาจจะมากกว่านี้ โดยในขณะนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ แล้วให้บริษัทของเราลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์โครงการไปก่อน ซึ่งรูปแบบจะไม่เกี่ยวกับแบบเดิมเลย เพียงแต่ใช้พื้นที่หรือทำเลเดิมในการก่อสร้าง

 

“เคมบริดจ์” (CAMBRIDGE) คอนโดแท่งใหม่ของซิตี้ลิงค์

‘ซิตี้ลิงค์’เปิดคอนโดแท่งใหม่
ทั้งนี้ การที่ “แสนสิริ” กลับมาฟื้นโครงการคอนโดใจกลางเมืองโคราชโดยคาดว่าหากสร้างเสร็จในจำนวน ๓๘ ชั้นจะเป็นคอนโดที่สูงที่สุดในโคราช และดูเหมือนสงครามการตลาดของคอนโดจะเกิดการแข่งขันกันสูงด้วย ซึ่งในส่วนของบริษัท คลังคาซ่า จำกัด ผู้พัฒนาโครงการซิตี้ลิงค์คอนโด มีการเปิดตัวคอนโดแท่งใหม่ล่าสุดในชื่อ “เคมบริดจ์” (CAMBRIDGE) ราคาเริ่มต้น ๑.๖ ล้านบาท ซึ่งระหว่างวันที่ ๒๘-๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ กำหนดจัดงาน OPEN HOUSE พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ และเผยโฉม LOBBY อาคารเคมบริดจ์เป็นครั้งแรก พร้อมชมห้องตัวอย่าง ผู้สนใจจองจะได้รับรับโปรสุดพิเศษ แต่งห้องฟรี พร้อมรับส่วนลด ON TOP ทันที ๑๐,๐๐๐ บาท เมื่อลงทะเบียนและเข้าร่วมงาน ทั้งนี้โครงการซิตี้ลิงค์คอนโด นับเป็นทำเลที่มีความโดดเด่น ภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ ร้านอาหารชั้นนำ MAYFAR MARKET 7-ELEVEN และใกล้กับเดอะมอลล์โคราช, โลตัส และโฮมโปร

 

‘เอสเซ็นท์’ผงาดบุรีรัมย์ ๑๘ ชั้น
ขณะที่แบรนด์ใหญ่อีกราย “เอสเซ็นท์” ภายใต้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN โดยการบริหารของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ จำกัด ประสบความสำเร็จกับ “เอสเซ็นท์ โคราช ๑” และ “เอสเซ็นท์ โคราช ๒” ไปแล้ว และกำลังจะรุกขยายไปยังจังหวัดบุรีรัมย์เมืองที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยจะจัดกิจกรรมพรี-เซล “เอสเซ็นท์ บุรีรัมย์” ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ณ สำนักงานขายชั้น ๒ (ข้างร้านแว่นท็อปเจริญ) ห้างสรรพสินค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บุรีรัมย์

“เอสเซ็นท์ บุรีรัมย์” (Escent Buriram)

สำหรับ “เอสเซ็นท์ บุรีรัมย์” (Escent Buriram) สูง ๑๘ ชั้น จำนวน ๓๗๒ ยูนิต บนพื้นที่ ๔-๐-๔๔ ไร่ ตั้งอยู่ด้านหลังโรบินสันบุรีรัมย์ บริเวณบ้านโพธิ์ดอนหวาย ตำบลกระสัง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มีที่จอดรถ ๑๕๐ ช่อง (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) รูปแบบห้องมี ๒ แบบ คือ ๑ ห้องนอน พื้นที่ ๒๕-๓๕ ตร.ม. และ ๒ ห้องนอน พื้นที่ ๕๖ ตร.ม. ราคาเริ่ม ๑.๖๙ ล้านบาท พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-Working Space, Laundry Café, Game Room, ซาวน่า และสวน พร้อมทั้งระบบความปลอดภัย ๗ ระดับ ได้แก่ CCTV & 24 HRS. Security Guard กล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่โครงการ และเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน ๒๔ ชั่วโมง, Gate Entrance เป็นส่วนตัวสูงสุดกับประตูเข้า-ออกโครงการสูง ๒.๕ ม., VMS ระบบนัดหมายบุคคลภายนอกล่วงหน้า เพียงสแกน QR เพื่อเข้าโครงการ, Face Scan เข้า Lobby ด้วยระบบสแกนใบหน้าผู้พักอาศัย, Access Card(Lock Floor) เป็นส่วนตัวและปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบลิฟต์ล็อกชั้น, License Plate Recognition ลูกบ้านเข้าออกโครงการด้วย AI อ่านป้ายทะเบียนรถ และ Digital Door Lock ล็อกประตูอัตโนมัติด้วยระบบ Passcode, Key, Finger Scan สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยโครงการประกาศ Pre-sale ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ พร้อมเชิญชวนลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษวันงาน ผู้สนใจสามารถ Add LINE @CPN

นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับที่ ๒๗๕๘ ประจำวันที่ วันที่ ๑๕ ตุลาคม - วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖


311 1,868