11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

June 07,2024

หญิงลูก 4 เลี้ยงแม่พิการร้องทนายดังช่วยทั้งน้ำตาได้รับหมายเรียกตกเป็น ผตห.ฉ้อโกงหวั่นเป็นแพะออกหมายผิดคน

 

บุรีรัมย์หญิงลูก 4 เลี้ยงแม่พิการร้องทนายดังช่วยทั้งน้ำตาได้รับหมายเรียกตกเป็น ผตห.ฉ้อโกงหวั่นเป็นแพะออกหมายผิดคน (เบลอหมาย)

หญิงลูก 4 เลี้ยงแม่ชราพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ที่บุรีรัมย์ ร้องทนายอั๋นช่วยเหลือทั้งน้ำตา หลังได้รับหมายเรียกตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ยันไม่เคยทำผิดหวั่นเป็นแพะหรือออกหมายผิดคน ด้านทนายจี้ ตร.ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน หากผิดจริงก็เข้าสู่กระบวนการและรับโทษตาม กม. แต่หากผิดตัวใครจะรับผิดชอบเพราะกระทั่งค่ารถที่จะเดินทางไปยังไม่มี  

 

(7 มิ.ย.67) น.ส.อมรา โจมรัมย์ อายุ 33 ปี ชาวอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ถือหมายเรียกของสถานีตำรวจนครบาลคันนายาว ที่ระบุว่าเธอตกเป็นผู้ต้องหาคดี “ฉ้อโกง” ให้เดินทางไปพบที่ สน.คันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 18 มิ.ย.67  ที่จะถึงนี้  เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ ทั้งน้ำตานองหน้า โดยเธอยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ไม่เคยรู้จักกับผู้กล่าวหาในหมายเรียกเลย จึงเกรงว่าจะตกเป็นแพะหรือเป็นการออกหมายเรียกผิดคนหรือไม่ เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมาร้องให้ทนายอั๋นช่วยเหลือ ที่สำคัญเธอมีฐานะยากจนไม่มีกระทั่งค่ารถที่จะเดินทางไปกรุงเทพฯ มีรายได้จากการรับจ้างทั่วไปก็แทบไม่พอกิน เพราะต้องเลี้ยงลูกถึง 4 คน  และต้องดูแลแม่ชรา อายุ  78 ปี ที่พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วย จึงอยากวอนให้ตำรวจที่ออกหมายเรียกตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าเป็นการออกหมายผิดตัวหรือไม่ ซึ่งหลังจากได้รับหมายเธอก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเครียดมาก 

 

น.ส.อมรา โจมรัมย์ อายุ 33 ปี ชาวอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์

ทนายอั๋น กล่าวว่า จากกรณีที่หญิงคนดังกล่าวมาร้องขอความช่วยเหลือว่าได้รับหมายเรียกตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง เบื้องต้นตนต้องถือว่าเป็นผู้เสียหายเพราะเขายืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา  แต่จู่ๆ ได้รับหมายเรียกจาก สน.คันนายาว ในข้อกล่าวหาว่า “ฉ้อโกง” ซึ่งจากที่สอบถามเขาก็บอกว่าไม่ได้รู้จัก ไม่เคยทำนิติกรรม หรือมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับผู้กล่าวหาเลย และไม่เคยขายของออนไลน์  เพิ่งจะไปทำงานที่กรุงเทพฯ 2 เดือน  แต่แม่ซึ่งพิการมีอาการป่วยต้องกลับมาดูแล ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาแน่นอน แต่ในเมื่อมีหมายเรียกมาแม้ว่าจะกระทำผิดหรือไม่ได้กระทำผิด  ก็ต้องไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพราะถ้าไม่ได้ก็จะถูกออกหมายจับตามขั้นตอน  ซึ่งเบื้องต้นตนก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับตำรวจที่ออกหมายเรียกเคสดังกล่าวแล้ว  ท่านก็ยืนกรานอย่างเดียวว่าต้องไปตามหมายเรียก และไม่ได้แจ้งรายละเอียดอะไรให้ทราบว่าทำไมหญิงคนนี้ถึงถูกออกหมายในคดีฉ้อโกง

 

แต่หญิงคนที่ถูกออกหมายเรียกรายนี้ ฐานะยากจนรับจ้างทั่วไปหาเช้ากินค่ำ มีลูกถึง 4 คนที่ต้องเลี้ยงดู แถมยังมีภาระดูแลแม่ชราพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีก ซึ่งจากการสอบถามเขาบอกว่าไม่มีเงินที่จะเดินทางไปพบตำรวจด้วยซ้ำ ทั้งกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วย  จึงได้มาขอความช่วยเหลือจากตนเอง ซึ่งหากเขาทำผิดจริงก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เขาก็ได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่เข้าสู่กระบวนการไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องได้รับผลกระทบคือสภาพจิตใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทั้งเสียเงินเสียเวลาเดินทางไปอีก แต่หากเดินทางไปตามหมายเรียกแล้วค่อยมาตรวจสอบว่าออกหมายผิดคนแล้วใครจะรับผิดชอบ  

 

ทนายอั๋น ยังฝากทิ้งท้ายด้วยว่า ข้อหาฉ้อโกง เป็นการกล่าวหาระหว่างคนสองคนคือผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา  จะต้องรู้จัก มีปฏิสัมพันธ์ และมีการหลอกลวงกัน ดังนั้นกรณีนี้ก็ต้องมีผู้ใดผู้หนึ่งที่ให้ความเท็จ ซึ่งหากเขาไม่มีค่ารถไปจริงๆ ตนก็จะอาสาพาไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของเขา  ซึ่งหากตัวน้องทำผิดจริงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หากไม่ผิดต้องมีคนรับผิดชอบ ก็อยากฝากถึงตำรวจที่ออกหมายเรียก หรือผู้บังคับบัญชา สน.คันนายาว  ช่วยตรวจสอบเคสนี้ให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่จะครบกำหนดเดินทางไปพบตามหมายเรียก เพราะดูจากสภาพแล้วแม้แต่ค่ารถก็ยังไม่มีน่าสงสารมาก


247 566