June 18,2024
ตำรวจขอนแก่นตามรวบยกแก๊งค์ 5 โจ๋ยิงปืนโชว์โลกโซเชียล พบเป็นปืนบีบีกันและปืนแบล็งดัดแปลงใส่กระสุนจริงได้ โดยสั่งซื้อในอินเตอร์เน็ต

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 14 มิ.ย. 2567 ที่งานสืบสวนสภ.บ้านไผ่ นายพิชัย วันตา นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่, พ.ต.ท.มนตรี สุปะตำ รอง ผกก.(สส.) สภ.บ้านไผ่พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.บ้านไผ่ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้อาวุธปืน ยิงปืนในพื้นที่สาธารณะ ตามที่ปรากฎและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย

นายพิชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุยิงปืนดังกล่าวเป็นกลุ่มวัยรุ่นบ้านหัวหนอง ม.3 ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้เดินทางไปติดตามตัวผู้ก่อเหตุยิงปืน รวมทั้งหมด 5 คน มี นายเอ(นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาว จ.นครราชสีมา, นายบี(นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ,นายซี(นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น, นายดี(นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และนายอี อายุ 22 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยสามารถยึดปืนแบลงค์กัน จำนวน 3 กระบอก พร้อมกระสุนแบลงค์กัน จำนวน 10 นัดได้ที่บ้านของนายดี

"จากการสอบสวนนายดี(ลูกกำนันในพื้นที่ อ.บ้านไผ่) ให้การว่า คลิปที่ถูกโพสในโซเชียลนั้น เกิดจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ชวนเพื่อน 3 คนไปยิงปืนเล่น เพื่อเป็นการซ้อมปืน และตรวจสอบว่าใช้งานได้จริงตามที่คนขายปืนโฆษณาไว้หรือไม่ เนื่องจากว่า มีบ้านพักอาศัยอยู่ห่างไกลชุมชนประมาณ 1 กม.และอาศัยอยู่คนเดียว พ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัด กลัวเกิดอันตรายจึงหาซื้ออาวุธปืนแบลงค์กัน มาไว้ป้องกันตัว โดยติดต่อซื้อขายกับคนขายปืนทางออนไลน์ในราคากระบอกละ 8,000 บาท จำนวน 3 กระบอก แถมกระสุนปืนมาให้ด้วย และขณะซ้อมยิงปืน มีเพื่อนถ่ายคลิปให้ แล้วเพื่อนก็นำมาโพสลงโซเชียลตามความคึกคะนอง โดยในวันซ้อมยิงปืน ซ้อมที่บริเวณริมสระน้ำทางด้าน ทิศตะวันตก ของ บ.หัวหนอง ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ หลังจากยิงปืนเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านจนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว"

นายพิชัย กล่าวต่ออีกว่า หลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคุมตัววัยรุ่นทั้ง 5 คน ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีกับนายอี อายุ 22 ปี ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย และแจ้งข้อหาเดียวกันกับวัยรุ่นอีก 4 คนในข้อ ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร



160 430



