11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

September 21,2024

ลูกสาว ม.2 ร่ำไห้แม่ทำงานนวดที่รัสเซียตายเกือบ 2 เดือนยังนำร่างหรืออัฐิกลับไม่ได้วอนรัฐช่วย

 

ลูกสาว ม.2 จ.บุรีรัมย์ วอนรัฐช่วยเหลือทั้งน้ำตา หลังแม่ทำงานนวดแผนไทยที่รัสเซียเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว  นอนเสียชีวิตในที่พักไม่ทราบสาเหตุ ผ่านมาเกือบ 2 เดือน  ยังนำร่างหรืออัฐิกลับมาทำบุญที่บ้านเกิดไม่ได้  ยายเผยลูกเสียชีวิตอยู่ต่างแดน แม้แต่อัฐิยังนำกลับมาทำบุญไม่ได้  ซ้ำครอบครัวยังขาดเสาหลักถึงขั้นต้องหยิบยืมเงินเพื่อใช้ดำรงชีวิตและให้หลานไปเรียน

(21 ก.ย.67) นางเสวียด ดวงนิล อายุ 68 ปี  ชาวตำบลพระครู อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  และ ด.ญ.ณัฐธิดา หรือน้องอ๋อมแอ๋ม  อายุ 14 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลพระครู  ได้ออกมาวิงวอนหน่วยงานภาครัฐทั้งน้ำตาขอให้ช่วยเหลือ หลังจาก น.ส.ภาวิณี ดวงนิล  อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของยายเสวียด และแม่ของน้องอ๋อมแอ๋ม  ที่ไปทำงานเป็นหมอนวดแผนไทยอยู่ที่ประเทศรัสเซียโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว ได้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุภายในห้องพัก เมื่อวันที่ 31 ก.ค.67  ซึ่งคนที่ทำงานด้วยกันแจ้งเพียงว่านอนเสียชีวิตภายในห้องพัก อาจจะเพราะทำงานหนักและพักผ่อนน้อย สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก  อยากจะนำร่างหรืออัฐิกลับประกอบพิธีทางศาสนาหรือทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่บ้านเกิด แต่ไม่รู้จะติดต่อประสานใคร  ที่ผ่านมามีเพียงอาสาสมัครแรงงานประจำตำบล พาไปยื่นเรื่องที่แรงงานจังหวัด  และจัดหางานจังหวัด  เจ้าหน้าที่ก็แจ้งเพียงว่ามีชื่ออยู่ในระบบเป็นแรงงานที่เดินทางไปทำงานถูกต้องตามกฎหมาย แต่ต้องรอนายจ้างทางรัสเซียดำเนินการเรื่องเผาศพแล้วส่งอัฐิกลับมา จึงจะสามารถนำใบมรณะบัตรไปเดินเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ ต่อมาลูกสาวคนโตของผู้ตายก็ได้ส่งเอกสารแจ้งความประสงค์ให้เผาร่างแม่  แล้วส่งอัฐิกลับมากลับไทยแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ผ่านไปเกือบ 2 เดือนแล้วเรื่องยังเงียบ ไม่มีใครหรือหน่วยงานใดแจ้งหรือตอบคำถามว่า จะทำพิธีเผาร่าง น.ส.ภาวิณี  และจะส่งอัฐิกลับบ้านเกิดได้ตอนไหน ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย

 

นางเสวียด เล่าว่า  ลูกสาวตัดสินใจไปทำงานนวดแผนไทย ตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค.2565 เพราะค่าแรงสูงกว่าในไทย  เพื่อหวังจะได้เงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่ชรา และส่งลูกอีก 2 คนเรียน ที่ผ่านมาก็ส่งให้พ่อแม่เดือนละ 6-7 พันบาท ตนเพิ่งจะคุยกับลูกสาวก่อนจะเสียชีวิตแค่ 5 วัน  ลูกบอกจะครบกำหนดเดินทางกลับเดือน ต.ค.2567  ที่จะถึงนี้  ตั้งใจจะกลับมาหาพ่อแม่และลูกๆ ที่จากกันเกือบ 3 ปี และจะนำเงินเก็บมาซ่อมแซมบ้าน  แต่ลูกก็มาจากไปก่อนเสียใจมาก  อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือนำอัฐิลูกสาวกลับมาทำบุญ  และช่วยเหลือเรื่องสวัสดิการต่างๆ ด้วย รวมถึงเงินที่ลูกหักเก็บไว้และเงินเดือนๆ สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้

 

ขณะที่ ด.ญ.ณัฐธิดา หรือน้องอ๋อมแอ๋ม พูดทั้งน้ำตาว่า  ตนเพิ่งคุยกับแม่ทางโทรศัพท์แค่ 3 วัน ก็ทราบข่าวว่าแม่เสียชีวิตตอนนั้นอยู่ที่โรงเรียนไม่มีกำลังใจจะเรียน คิดถึงแม่อยากให้แม่กลับมาอยู่ด้วย แต่เมื่อแม่เสียชีวิตแล้วก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐ ช่วยเหลือนำอัฐิแม่กลับมาทำบุญที่บ้าน            

ด้านนายไพศาล สุดลา อาสาสมัครแรงงานประจำตำบลพระครู  บอกว่า  นอกจากครอบครัวนี้จะเศร้าโศกเสียใจที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอยู่ที่ไกลถึงต่างแดน แต่ก็ยังนำอัฐิกลับมาทำบุญไม่ได้ และยังขาดเสาหลัก กระทั่งตาและยายต้องไปหยิบยืมเงินญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านมาใช้จ่ายกินอยู่และเป็นค่าเล่าเรียนหลานอีก 2 คน จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือติดตามทั้งเรื่องนำอัฐิกลับมาทำบุญ รวมถึงเร่งรัดดำเนินการเงินช่วยเหลือ  หรือสวัสดิการต่างๆ ที่ครอบครัวแรงงานควรจะได้รับตามสิทธิด้วย เพราะที่ผ่านมาไปยื่นเรื่องแล้วแต่ก็ยังเงียบ

 


164 582