11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

September 25,2024

ลุงขับซาเล้งมาผูกพร้อมเพย์ที่ธนาคารหวังจะได้เงินดิจิทัล เผลอลืมเสียบกุญแจรถทิ้งไว้ก่อนถูกมือดีขโมยรถไป

 

คุณลุงขอนแก่นขับซาเล้งมาผูกพร้อมเพย์ที่ธนาคารหวังจะได้เงินดิจิทัล  เผลอลืมเสียบกุญแจรถทิ้งไว้ก่อนถูกมือดีขโมยรถไป แจ้งตำรวจแต่ไม่คืบหน้า ต้องไล่กล้องวงจรปิดหาเบาะแสเอง 

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 24 ก.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากกล้อวงจรปิด ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณริมถนนมะลิวัลย์ ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งบันทึภาพรถจักรยายนต์พวงข้าง (รถซาเล้ง) ซึ่งขับขี่มาด้วยชายสวมเสื้อสีดำ อายุราว 40 – 45 ปี โดยขับผ่านกล้องไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป้นภาพขณะที่คนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กม-7243 อุดรธานี ขณะจอดรถไว้ริมถนนห่างจากธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านทุ่ม ขณะที่เจ้าของรถลงไปทำการติดต่อธนาคารเพื่อยืนยันตัวบุคคลและติดตั้งระบบพร้อมเพย์

 

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบกับ นายบุญเดช โรจนชาลี  เจ้าของรถฯ ซึ่งได้พาลงพื้นที่ดูจุดที่คนร้ยเข้ามาก่อเหตุ พร้อมกล่าวว่า วันเกิดเหตุ ตนเอง พร้อมด้วยภรรยาและหลาน  ได้พากันมาธนาคาร กรุงไทย  สาขาบ้านทุ่ม เพื่อติดต่อทำธุรกรรมผูกบัญชีทำพร้อมเพย์เพื่อเตรียมความพร้อมและเตรียมตัวที่จะรับเงิน ดิจิทัล 10,000 บาท ตามที่รัฐบาลแจ้งว่าจะได้ภายในสิ้นเดือนนี้ แต่ด้วยมีคนจำนวนมากมาติดต่อธนาคารจึงจอดรถห่างจากธนาคารไปประมาณ 10 เมตรและลงรถเพื่อรีบไปเอาบัตรคิวจนลืมเสียบกุญแจไว้ที่รถ 

 

นายบุญเดช โรจนชาลี  เจ้าของรถฯ

"ผ่านไปเพียง 7 นาทีหลังได้บัตรคิวก็เดินออกมาที่รถเห็น พบว่ารถหายไปแล้วเมื่อสอบถามคนแถวนั้นบอกว่ามีชายคนหนึ่งขับรถออกไป  จึงแจ้ง รปภ.ธนาคารให้ช่วย แต่ รปภ.บอกว่าต้องไปแจ้งที่ สภ.บ้านเป็ด ตนจึงนั่งรถโดยสารไปแจ้งความ โดยที่ ตำรวจแค่สอบปากคำเบื้องต้นและยังไม่มีการดำเนินการใดๆ"

ขณะที่ น.ส.อารีรักษ์ โรจนชาลี อายุ 33 ปี ลูกสาวนายบุญเดช กล่าวว่า หลังเกิดเหตุไม่มีความคืบหน้าอะไรจากตำรวจ  จึงขับรถพาพ่อติดตามหาเบาะแสคนร้าย จนได้คลิปจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี ขณะนี้ผ่านมา 3 วันก็ไร้วี่แวว สอบถามตำรวจไปก็ไม่มีความคืบหน้า ซ้ำร้ายไปกว่านั้นได้ถามจุดที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด ก็รับแจ้งว่าตำรวจยังไม่มีการมาประสานขอข้อมูลใดๆ จึงได้แต่รู้สึกผิดหวัง แต่ไม่สิ้นหวังจะติดตามเองให้ได้ เพราะรถซาเล้งคันนี้ครอบครัวใช้ทำมาหากิน 

"ตอนนี้ไม่มีรถใช้ทำให้ครอบครัว ขาดรายได้ หากต้องซื้อใหม่คิดแล้วน่าจะต้องใช้เงินกว่า 30,000 บาท ซึ่งที่บ้านถ้าจะได้รับเงินดิจิทัลจริง ทั้งครอบครัวมี 3 คน จะได้ 30,000 บาท ซึ่งก็ไม่เพียงพอแทน เพราะที่จะได้รับเงินดิจิทัลมาเลี้ยงชีพกลับต้องหาเงินจ่ายเพิ่ม วอนตำรวจหรือใครทราบเบาะแสให้ช่วยติดตามด้วย ทุกวันนี้ครอบครัวทำทุกทางเพื่อหวังได้รถคืนทั้งลงโซเชียลให้ชาวเน็ตช่วยตามหาแล้วก็ก็ยังเงียบ"

 


49 359