11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

October 07,2024

หลวงพ่อโร่ขอตรวจฉี่เช็คประวัติอาชญากรรมพิสูจน์ความบริสุทธิ์หลังถูกกล่าวหาพัวพันยาเสพติดจนจำวัดไม่ได้

 

หลวงพ่อโร่ร้องทนายอั๋นบุรีรัมย์ช่วย อ้างถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาพัวพันยาเสพติด จนถูก จนท.และคณะสงฆ์ตรวจค้นกุฏิหลายครั้งแม้ไม่เคยเจอยาเสพติด แต่ไม่สามารถจำวัดที่ไหนได้อย่างสงบสุข  ย้ายไปที่ไหนก็ถูกติดตามกลั่นแกล้ง   เชื่อปมเหตุเกิดจากสมัยเป็นฆราวาสเคยมีปัญหากับบุคคลคนหนึ่งถึงขั้นขู่ฆ่า ทนายอั๋นพาตรวจฉี่ เช็คประวัติอาชญากรรม หมายจับพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไม่พบทั้งฉี่ม่วงและหมายจับ

 (7 ต.ค.67)  นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ได้พาพระโรม พรมศรี อายุ 52 ปี  พระลูกวัด แห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี  เข้าทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมตรวจเช็คประวัติอาชญากรรม และหมายจับ ที่สถานีตำรวจภูธรนาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม หลังจากพระโรม ได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับทนายอั๋น ที่สำนักงานทนายความ อ.นาโพธิ์ โดยอ้างว่าถูกกลุ่มบุคคลไม่หวังดีกลั่นแกล้งกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับการค้ายาเสพติด จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคณะสงฆ์ ตรวจค้นกุฏิหลายครั้งไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่วัดไหนก็ตาม แม้ที่ผ่านมาการตรวจค้นแต่ละครั้ง จะไม่เคยเจอยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่ก็ยังถูกร้องเรียนกล่าวหาต่อเนื่อง จนทำให้ไม่สามารถจำวัดที่ไหนได้อย่างสงบสุข  จึงได้มาร้องให้ทนายอั๋นช่วย โดยพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกอย่างตามกฎหมาย เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง 

 

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะของพระโรม ก็ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย ตรวจเช็คประวัติอาชญากรรม และหมายจับในระบบ ก็ไม่พบทั้งประวัติอาชญากรรมและหมายจับแต่อย่างใด จากนั้นก็ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.นาโพธิ์ด้วย 

จากการสอบถามพระโรม บอกว่า เมื่อปี 2545 ที่ยังเป็นฆราวาสได้ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกรับจ้าง ยอมรับว่าช่วงที่ขับรถบรรทุกเคยเสพยาบ้า และเคยเรื่องกับบุคคลคนหนึ่งถึงขั้นมีการชักปืนออกมาขู่ฆ่า แต่พอปี 2557 ได้บวชเป็นพระที่ จ.กำแพงเพชร  ก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกเลย  แต่พอย้ายไปจำวัดที่วัดในจังหวัดต่างๆ กลับถูกกลุ่มคนติดตามความเคลื่อนไหว ทั้งถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าเสพและค้ายาเสพติดมาตลอด จนมีเจ้าหน้าที่ และคณะสงฆ์ มาตรวจค้นกุฏิหลายครั้ง  แม้จะไม่เคยเจอยาเสพติด  แต่ก็ไม่สามารถจำวัดที่ไหนได้อย่างสงบสุข  คาดว่าสาเหตุที่ถูกกลั่นแกล้งน่าจะมาจากที่ตนเคยมีปัญหากับคนๆ หนึ่งตอนเป็นฆราวาส จึงตามรังควาญหาเรื่อง ที่มาร้องเรียนกับทนายอั๋น เพราะอยากให้ช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งขาย ทั้งเสพ  และอยากอยู่เป็นพระแบบสงบสุขเท่านั้น

 

ด้านทนายอั๋น  บอกว่า หลวงพ่อได้มาร้องเรียนกับตนเองขอให้ช่วยเหลือ เพราะมีกลุ่มคนคอยติดตาม  มีเจ้าหน้าที่ได้ตรวจรื้อค้นกุฏิที่จำวัดอยู่หลายครั้งไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร  จนกระทั่งได้คุยกับญาติที่อยู่ภูมิลำเนาเดิม ให้ข้อมูลว่าคนที่เคยเป็นอริที่มีปัญหากับหลวงพ่อถึงขั้นขู่ฆ่ากันสมัยที่เป็นฆราวาส  จึงเชื่อว่ามาจากมูลเหตุนี้พอหลวงพ่อไปจำวัดที่ไหนก็จะถูกใส่ร้ายกล่าวหา แต่ก็เป็นธรรมดาของเจ้าหน้าที่เมื่อมีคนมาแจ้งข้อมูลเบาะแสว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสงฆ์เจ้าหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบตามหน้าที่ พอมาปรึกษาตนเองก็สมัครใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จึงได้พามาตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด เช็คประวัติอาชญากรรม และหมายจับ คือถ้ามีหมายจับหรือกระทำผิดก็ว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่ผลการตรวจก็ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม และไม่มีหมายจับ เบื้องต้นก็ถือว่าบริสุทธิ์ในทางกฎหมาย แต่หากหลังจากนี้มีหลักฐานว่ากระทำผิดก็ว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย


104 431