November 18,2024
ถนนเพชรมาตุคลา

การเดินทางจากเมืองนครราชสีมาไปเมืองพิมายในสมัยก่อน ยังไม่มีทางรถไฟ สภาพถนนหนทางยังเป็นทางเกวียน ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๕ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ มีพระราชประสงค์จะเสด็จประพาสเมืองพิมายและไทรงาม พร้อมกับสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (ขณะดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าในรัชกาลที่ ๖)
ในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๔๕๔ พระภิรมย์บุรีรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในขณะนั้น ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการสร้างถนนจากเมืองนครราชสีมาไปยังเมืองพิมาย เพื่อถวายการต้อนรับ ได้ระดมผู้คนในละแวกใกล้เคียงมาทำการก่อสร้าง โดยตัดถนนจากประตูไชยณรงค์ในเมืองโคราช ถนนเส้นนี้กว้าง ๑๐ วา หรือ ๒๐ เมตร ความยาวประมาณ ๑,๕๐๐ เส้น หรือ ๖๐ กิโลเมตร๑
ในการนี้ อำมาตย์ตรี พระพลราษฎร์บำรุง (แสง อุเทนสุต) นายอำเภอนอก (อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบัน) ได้รับคำสั่งจากมณฑลนครราชสีมาให้เกณฑ์ราษฎรทำถนนรับเสด็จพระพันปีหลวง ซึ่งจะเสด็จอำเภอพิมาย โดยทำตั้งแต่อำเภอพิมายไปจดเขตอำเภอกลาง (อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบัน) แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๔๒
ในวันเสด็จพระภิรมย์บุรีรัฐได้จัดคนไว้ตามรายทาง ตั้งแต่เมืองนครราชสีมาจนถึงอำเภอพิมาย เพื่อเตรียมเข็ญรถขบวนพระที่นั่งหากจะติดหล่มทราย ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่อมาถนนสายนี้ได้รับพระราชทานนามเป็นอนุสรณ์แห่งการเสด็จพระราชดำเนินของเจ้านายฝ่ายในที่ยิ่งยศพระองค์ว่า “ถนนเพ็ชรมาตุคลา”๓

จากการพิเคราะห์ เห็นว่าชื่อถนนตั้งเป็นอนุสรณ์แห่งการเสด็จพระราชดำเนินของเจ้านายฝ่ายในที่ยิ่งยศพระองค์ ดังนั้น คำว่า “เพชรมาตุคลา” น่าจะมีเค้ามูลมาจากการนำพระราชอิสริยยศสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้า โดยนำคำว่า “มาตุจฉา” ส่วนหนึ่งมาผสมกับคำว่า “มรคา” ที่แปลว่า ถนน ทาง เป็น “มาตุคลา” ซึ่งหมายถึงถนนสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้า
แต่ในบางเอกสารกล่าวถึงที่มาของชื่อถนน “เพชรมาตุคลา” จากเรื่องเล่ากันว่า ครั้งที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองพิมาย “นายเพชร” ชาวบ้านที่อยู่รายทางแห่งหนึ่ง๔ อยากเห็นหน้าเจ้ามาก จึงคิดอุบายด้วยการนอนขวางขบวนรถพระที่นั่งให้หยุด เพื่อจะได้เห็นเจ้า (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ) จึงเป็นที่มาของชื่อถนนเพชรมาตุคลา
ในประเด็นนี้ จากการสืบค้นทางเอกสารเห็นว่า
๑. หากเรื่องนายเพชรนอนขวางขบวนรถพระที่นั่งเป็นจริง ก็ถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญใหญ่โต และคนที่พระภิรมย์บุรีรัฐจัดไว้ตามรายทาง จะต้องรายงานเหตุการณ์ให้พระภิรมย์บุรีรัฐทราบ และมีการรายงานให้สมุหเทศาภิบาลมณฑลทราบต่อไป แต่กลับไม่ปรากฏว่า มีเรื่องนี้หรือมีบันทึกไว้แต่อย่างใด
๒. ที่กล่าวว่าการที่นายเพชรนอนขวางขบวนรถพระที่นั่ง จึงเรียกชื่อถนนว่า “เพชรมาตุคลา” นั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงการที่นำคำว่า “มาตุคลา” มาประกอบกับชื่อ “นายเพชร” นั้น ไม่มีที่มา ทั้งนี้เนื่องจากคำว่า “มาตุคลา” เป็นคำศัพท์ที่ไม่มีในพจนานุกรม อนึ่ง เชื่อว่าชาวบ้านน่าจะไม่มีความรู้ในการผสมคำและคำศัพท์ที่สูง จึงไม่สามารถผสมเป็นคำที่ไพเราะและมีความหมายเช่นนี้ได้
๓. นายเพชรแม้จะเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ เชื่อว่าย่อมมีวิญญูชนรู้ว่าการไปนอนขวางขบวนเสด็จเป็นการไม่บังควร ซ้ำยังจะมีความผิดใหญ่หลวง ด้วยสามัญสำนึกนายเพชรคงไม่กล้ากระทำเป็นแน่
๔. ในประเด็นเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องเล่ากันสนุกๆ ของชาวบ้านเท่านั้นก็อาจเป็นได้ กล่าวคือคนทั่วไปทราบเรื่องที่ทางการตั้งชื่อถนนสายนี้ว่า “เพ็ชรมาตุคลา” แต่มีคนนำมาสร้างเป็นเรื่องจริงจังว่ามีนายเพชรมานอนขวางขบวนรถพระที่นั่งดังกล่าว จากเรื่องเล่ากันสนุกต่อมามีการเขียนเป็นเอกสารเผยแพร่ โดยไม่ทราบถึงผลที่ตามมาคือ ความสับสน ความเข้าใจผิด ไปจากข้อเท็จจริงว่าในการเสด็จพระราชดำเนินเมืองนครราชสีมาและเมืองพิมายของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในครั้งนั้น ได้พระราชทานชื่อถนนหลายสาย เช่น ถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ในเมืองนครราชสีมา ถนนจอมสุดาเสด็จ ในเมืองพิมาย และถนนเพ็ชรมาตุคลา จากเมืองนครราชสีมา ผ่านตำบลหัวทะเล ตำบลมะเริง ตำบลท่าช้าง ตำบลทองหลาง จนถึงเมืองพิมาย๕
ดังนั้น เรื่องที่มาของชื่อ “ถนนเพชรมาตุคลา”๖ ผู้อ่านจะต้องใช้วิจารณญาณก่อนที่จะลงความเห็นใดๆ เพื่อมิให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดๆ ไปสู่คนรุ่นหลัง.
• ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต
อ้างอิง
๑นายทองมหาดเล็ก (ธงทอง จันทรางศุ, กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๘), หน้า ๖๗.
๒เที่ยวตามทางรถไฟ พระนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และ รวมเรื่องเมืองนครราชสีมา (กรุงเทพฯ: เอกศิลปการพิมพ์), หน้า ๑๗.
๓นายทองมหาดเล็ก, หน้า ๖๗.
๔เข้าใจว่าเป็นบริเวณโรงเรียนเพชรมาตุคลา บ้านทุ่งช้าง ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา.
๕นายทองมหาดเล็ก, หน้า ๖๗.
๖เป็นช่วงหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖ สายนครราชสีมา-อุบลราชธานี ระยะทางประมาณ ๓๒๔.๓๓ กิโลเมตร.
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒๗๗๐ ประจำวันที่ ๑๕ เดือนตุลาคม - ๑๔ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๗
213 2,800



