March 04,2025
“มาดามหน่อย” ถือฤกษ์วันที่ 4 มีนา เข้าทำงาน อบจ.วันแรก “กำนันป้อ”นำครอบครัว และ ส.ส.ให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2568 นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ “มาดามหน่อย” นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ถือฤกษ์วันที่ 4 มีนาคม 2568 เข้า สำนักงาน อบจ.นครราชสีมา โดยมีนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล “กำนันป้อ” อดีต รมช.คมนาคม แกนนำบ้านใหญ่เสิงสาง ผู้เป็นสามี พร้อมด้วยนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม ลูกสาว และนายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมาเขต 11 พรรคเพื่อไทย ลูกชาย รวมทั้งส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมแสดงความยินดี ได้แก่ นายสมเกรียติ ตันดิลกตระกูล ส.ส.เขต 5, นายนิกร โสมกลาง ส.ส.เขต 8 และนายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส.เขต 14 รวมทั้งปลัดอบจ.นครราชสีมา ส.อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากร อบจ.มาให้การต้อนรับและแสดงความยินดี จากนั้นทั้งหมดได้สักการะศาลพระพรหม เพื่อความเป็นสิริมงคล

นางยลดา เปิดเผยว่า ตนและทีมงานมีความพร้อมทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนภัยแล้ง โดยระดมเครื่องจักรกล รถบรรทุกน้ำ รถขุดเจาะน้ำบาดาลและบุคลากรลงพื้นที่ตามที่ได้รับการร้องขอ รวมทั้งบูรณาการทุกภาคส่วนเตรียมจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี ซึ่งเป็นกิจกรรมใหญ่ที่สุดของเมืองนครราชสีมา
ทั้งนี้ เมื่อวาน (3 มีนาคม 2568) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อบจ.นครราชสีมา ได้ส่งข่าวเข้าไลน์กลุ่มสื่อมวลชนระบุว่า นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า “ตนมั่นใจจากวันนี้ไปอีก 4 ปี ทิศทางโคราชจะได้รับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด เผยปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว พร้อมเน้นย้ำ อบจ. มีนโยบายในการพัฒนาครอบคลุมทุกด้าน อีกทั้งเราจะเดินหน้าภารกิจสานต่อสิ่งที่ได้ทำค้างไว้เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม แต่หากส่วนใดที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบจ. ก็พร้อมเป็นผู้ประสานสิบทิศ ไม่ว่าจะเป็น ท้องถิ่นด้วยกันเอง หรือแม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปจนถึงประสานกับทางรัฐบาล เพื่อนำปัญหาไปสู่การแก้ไขทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ และเชื่อที่สุดว่าที่ตนได้รับพิจารณาประกาศผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง นั้น อยู่บนความถูกต้อง”

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งนายกอบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 นางยลดาสามารถรักษาเก้าอี้ได้อีกสมัย ได้ 621,822 คะแนน ซึ่งก่อนการเลือกตั้งนายสุนทร แพงไพรี ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ยื่นหนังสือต่อกกต.จังหวัดนครราชสีมา ให้ตรวจสอบนางยลดา ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย พร้อมพวก 35 คน ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.อบจ. ในขณะผู้ถูกกล่าวทั้งหมดดำรงตำแหน่ง ซึ่งมีการประชุมสภาสมัยสามัญที่ 2 ครั้งที่ 3 วันที่ 13 กันยายน 2567 ญัตติเรื่อง ขออนุมัติโอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เป็นการโอนตั้งจ่ายรายการใหม่ อ้างครุภัณฑ์เดิมชำรุดและครุภัณฑ์ไม่เพียงพอกับการปฏิบัติงาน จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อน มีรายการโอน 12 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 23,873,918 บาท องค์ประชุมมีสมาชิกสภา (ส.อบจ.) นครราชสีมา 39 คน เห็นชอบ 35 คน งดออกเสียง 4 คน การกระทำดังกล่าวอยู่ในห้วงเวลา 90 วัน ก่อนนางยลดา จะยื่นหนังสือลาออกในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ถือเป็นการกระทำขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2566 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 126 แห่งกฎหมาย เนื่องจากเป็นการประชุมอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ซึ่งมีลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น จัดทำให้ สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใด เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด

นายสุนทร แพงไพรี
ซึ่งต่อมาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 กกต.มีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ทั้ง 48 เขต 32 อำเภอ ต่อมานายสุนทร แพงไพรี และนายมารุต ชุ่มขุนทด หรือ “กอล์ฟ คลาสคาเฟ่” อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 3 ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งกับนายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา โดยนายสุนทร แพงไพรี ทวงถามความคืบหน้าที่มีการยื่นหนังเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568

จากนั้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผอ.สนง.กกต.จ.นครราชสีมา ได้ทำหนังสือที่ ลต.(นม.) 003/586 ชี้แจงต่อนายสุนทรฯ ในฐานะผู้ร้องว่า "ขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาทราบเหตุแห่งการร้องหรือการกล่าวหา มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐาน รวมทั้งให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาในการให้ถ้อยคำชี้แจงข้อกล่าวหา ตามมาตรา 43 พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 และข้อ 54 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน วินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2566
33 321



