11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

May 22,2025

สพป.นครราชสีมา เขต 5 ยุบโรงเรียนบ้านหนองแจง หลังมีนักเรียนเหลือ 9 คน

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ที่โรงเรียนบ้านหนองแจง หมู่ 9 ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ดร.ปฐมเกียรติ ไชยคำ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 (ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 5) พร้อมด้วยนายสุพรรณ ทองภู ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสระตะเฆ่ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองแจง จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้นำชุมชน ผู้ปกครองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรณีเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านหนองแจง เนื่องจากปีการศึกษา 2568 นักเรียนระดับชั้นอนุบาลที่ 2 ถึงประถมศึกษาที่ 6 ประกอบด้วยชั้น ป.3 จำนวน 2 คน, ป.4 จำนวน 1 คน, ป.5 จำนวน 3 คน และ ป.6 จำนวน 3 คน ทั้งหมดรวม 9 คน ผู้ปกครองได้ย้ายบุตรหลานไปเรียนที่อื่น จึงต้องดำเนินการตามระเบียบและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดตั้งรวมหรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550 จำนวนนักเรียนลดลงจนไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา โดยพระสงฆ์ ผู้นำชุมชนและผู้ปกครองรวม 19 เสียง มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกไม่ดำเนินการต่อ

ดร.ปฐมเกียรติ ไชยคำ ผู้อำนวยการ สพป.นม. 5

นางบุญตา ออสันเทียะ อายุ 55 ปี ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า ตนและครอบครัวรวมถึงญาติ ลูกหลานเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนบ้านหนองแจง ซึ่งก่อตั้งมาร่วม 80 ปี จึงมีความใกล้ชิดผูกพันมาโดยตลอดและหวนคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่บ้านวัดโรงเรียนช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่ร่วมกัน ขณะนี้จำนวนเด็กเกิดใหม่ค่อนข้างน้อย และผู้ปกครองก็นำบุตรหลานไปเรียนที่อื่น ซึ่งมีความพร้อมและดีกว่า

ดร.ปฐมเกียรติ ไชยคำ ผู้อำนวยการ สพป.นม. 5 เปิดเผยว่า บรรยากาศโดยรวมทุกคนรู้สึกเสียดายและยอมรับสัจธรรมที่มีครูผู้สอน 2 คน ต้องแบ่งเวลาสอนหนังสือนักเรียนต่างชั้นและกิจกรรมทั้งลูกเสือ เนตรนารีหรือสันทนาการ ไม่สามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ ผู้ปกครองนักเรียนทั้ง 9 คน พึงพอใจย้ายบุตรหลานมาเรียนที่โรงเรียนชุมชนบ้านโคกสวาย ต.สายออ อ.โนนไทย ซึ่งเป็นสถานศึกษาขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 มีจำนวนนักเรียน 643 คน จึงมีความพร้อมด้านการจัดการเรียนการสอน การบริการจัดรถรับส่งฟรี อาหารกลางวันคุณภาพ และความเอาใจใส่ของผู้บริหารและครู  ส่วนโรงเรียนบ้านหนองแจง อยู่ระหว่างจัดทำทะเบียนครุภัณฑ์ต่างๆ สพป.นม.5 มีความยินดีที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล บำรุงรักษาและใช้อาคารสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน อนาคตจะปรับปรุงให้เป็นบ้านพักของข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ สพป.นม. 5 มีโรงเรียนในสังกัดทั้งสิ้น 209 แห่ง เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน 133 แห่ง โดยมี 88 แห่ง มีนักเรียนต่ำกว่า 80 คน จำนวนนักเรียนลดลงเรื่อยๆ มีสาเหตุหลักจากที่เด็กเกิดน้อยลง และการคมนาคมสะดวกสบาย ผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานมีโอกาสเรียนกับโรงเรียนที่มีความพร้อม ทำให้โรงเรียนในหมู่บ้านมีนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา แสดงทัศนะว่า จำนวนโรงเรียนทั้งหมดในประเทศไทยกว่า 3 หมื่นแห่ง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 52% แนวทางการแก้ไขมีดังนี้ 1.กรณีชุมชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือภาคเอกชนเข้ามาอุปถัมภ์อุ้มชูแล้วสามารถอยู่ได้ด้วยคุณภาพก็ไม่น่าเป็นห่วง 2.ไม่เฉพาะใน จ.นครราชสีมา หากตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารบนภูเขาทางภาคเหนือ ขาดแคลนครูผู้สอนและอุปกรณ์การเรียนการสอน รัฐบาลต้องให้ความสำคัญจัดสรรงบให้มีความพร้อม 3.ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ครูสามารถสอนได้ทุกระดับชั้นผ่านระบบแพลตฟอร์มทางไกล รัฐบาลไม่จำเป็นต้องซื้อไอแพดให้ทุกคน แต่ต้องซื้อเครื่องรับขนาดใหญ่ให้ และส่งเสริมสนับสนุนการใช้แพลตฟอร์มกลางที่ผลิตขึ้น ไม่ต้องให้ครูออกแบบดีไซน์ เน้นหลักสูตรตามตัวชี้วัดจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน 4.สภาพการณ์จำเป็นต้องยุบรวมแต่จะมีปัญหากับผู้ปกครองและผู้บริหาร ครู ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องสร้างระบบและเตรียมการนำผู้บริหารและครูไปอยู่ที่ไหน รวมทั้งทำความเข้าใจกับชุมชนเจ้าของพื้นที่ กรณีจัดรถรับส่งและดูแลนักเรียนให้ย้ายไปอยู่โรงเรียนที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับลูกหลาน ตนเชื่อเป็นแนวทางที่น่าจะถูกนำมาใช้มากที่สุด


183 1,651