January 05,2026
อีสานโพลเปิดผลสำรวจ ประชาชนอยากเห็น พท. ภท. จับมือจัดตั้งรัฐบาลมากสุด

วันนี้ (5 มกราคม 2569) อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยผลสารวจเรื่อง “การเมืองสามก๊กภาคอีสานท้ายปี 2568” ผลสารวจพบว่า คะแนนนิยมพรรคการเมืองผ่านแนวโน้มการจะลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ชี้ชัดว่าเกิดสภาวะสามก๊กที่คะแนนค่อนข้างสูสีกันใน 3 พรรคการเมืองใหญ่คือ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนมีคะแนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย พรรคเพื่อไทยมีคะแนนลดลง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยสูตรการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่าง 2 พรรคใหญ่ทั้ง 3 สูตร ไม่ว่าจะเป็น ส้ม+แดง, แดง+น้ำเงิน หรือ น้ำเงิน+ส้ม มีความสูสีกัน และเกิดภาวะที่กองเชียร์สนับสนุนการตั้งรัฐบาลร่วมโดยสองพรรคหลักที่ไม่มีจุดลงตัว
รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพลเปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานกับแนวโน้มการเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลของ 3 พรรคใหญ่ โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19 - 25 ธันวาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,151 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้พรรคใด พบว่า อันดับหนึ่ง พรรคประชาชน ร้อยละ 34.4 รองลงมา ร้อยละ 26.7 พรรคเพื่อไทย อันดับสามตามมาติดๆ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 26.4 อันดับสี่ พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 4.3 อันดับห้า พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.1 อันดับหก พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.8 อันดับเจ็ด พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.0 เท่ากัน อันดับเก้า พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 0.8 อันดับสิบ พรรคไทยก้าวใหม่ และอื่นๆ ร้อยละ 0.4
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อในภาคอีสาน ในการเลือกตั้ง ปี 2566 จะพบว่า พรรคประชาชนมีความนิยมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก ร้อยละ 33.2 เป็นร้อยละ 34.4 ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมลดลงจากร้อยละ 43.1 เหลือร้อยละ 26.7 ส่วนพรรคภูมิใจไทยคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ร้อยละ 4.1 เป็นร้อยละ 26.4

เมื่อสอบถามว่า ท่านต้องการให้พรรคการเมืองหลักใดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด พบว่า เสียงค่อนข้างสูสีระหว่าง 3 สูตร โดยสูตรที่หนึ่ง เพื่อไทยและภูมิใจไทย ร้อยละ 31.0 สูตรที่สอง ภูมิใจไทยและประชาชน ร้อยละ 28.7 และสูตรที่สาม ประชาชนและเพื่อไทย ร้อยละ 28.7 ขณะที่กว่าร้อยละ 10.1 อยากได้สูตรอื่นๆ ที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เช่น การตั้งรัฐบาลโดยพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นแกนนำร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือการให้พรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ตนเองชื่นชอบเป็นแกนนาจัดตั้งรัฐบาล และร้อยละ 1.5 ไม่แสดงความคิดเห็น
ทั้งนี้เมื่อเจาะลึกลงรายละเอียดพบว่า ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 60.4 ต้องการให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ขณะที่ ร้อยละ 32.0 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย ในส่วนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 70.3 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีเพียงร้อยละ 25.1 ที่อยากให้ตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน และในส่วนของผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 61.5 อยากให้พรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ขณะที่ ร้อยละ 35.5 อยากให้จับมือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ที่กองเชียร์ส่วนใหญ่ของแต่ละพรรคมีความต้องการร่วมรัฐบาลที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลสูตรผสมใด ก็จะเป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์ของกองเชียร์ที่ไม่ถูกใจในการร่วมรัฐบาล

ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง มีความเชื่อมั่นในการพยากรณ์ 99% และคลาดเคลื่อนได้บวกลบ 4% ประกอบด้วย เพศชาย ร้อยละ 46.6 เพศหญิงร้อยละ 51.3 และอื่นๆ ร้อยละ 2.1
ด้านอายุ อายุ 18-24 ปี ร้อยละ 7.1 อายุ 25-30 ปี ร้อยละ 11.0 อายุ 31-40 ปี ร้อยละ 19.9 อายุ41-50 ปี ร้อยละ 20.7 อายุ 51-60 ปี ร้อยละ 20.4 และอายุ 61 ปี ขึ้นไป ร้อยละ 20.9
ด้านระดับการศึกษา ประถมศึกษา/ต่ำกว่าร้อยละ 25.9 มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 18.7 มัธยมศึกษาตอนปลาย/ระดับปวช. ร้อยละ 19.5 อนุปริญญา/ปวส./สูงกว่า ม.ปลาย ร้อยละ 13.0 ปริญญาตรี ร้อยละ 21.5 และสูงกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 1.4
ด้านอาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 42.5 รองลงมาผู้ใช้แรงงาน/ลูกจ้างสถานประกอบการ ร้อยละ 13.8 ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 13.8 งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 7.7 พนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 11.5 พ่อบ้าน/แม่บ้าน ร้อยละ 10.6 นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 3.9 และอื่นๆ ร้อยละ 3.4
ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้ไม่เกิน 5,000 บาทร้อยละ 15.0 รายได้ระหว่าง 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 24.4 รายได้ระหว่าง 10,001-15,000 บาท ร้อยละ 23.3 รายได้ 15,001-20,000 บาท ร้อยละ 20.4 รายได้ 20,001-40,000 ร้อยละ 13.6 และรายได้มากกว่า 40,001 บาทขึ้นไปร้อยละ 3.2
35 735



