January 19,2026
‘ดีพร้อม’ปั้นเชฟอีสานทักษะสูง เน้นเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น ยกระดับเมนูชุมชนสู่ซอฟต์เพาเวอร์โลก

วันนี้ (19 มกราคม 2569) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) จัดบิ๊กอีเวนต์ปิดคอร์ส Master Thai Chef “ปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์เชฟชุมชน” ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โชว์ศักยภาพเชฟไทยภาคอีสานกว่า 300 ชีวิต มุ่งยกระดับผลักดันเมนูไทย ประกาศศักดา Soft Power ไทยบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน โดยมีนางสาวสุวิมล จินตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชน ครั้งที่ 4 เชื่อมโยงเครือข่าย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี ดร.ปริยะดา วิสุทธิแพทย์ รองผู้ว่าการบริหารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มหาวิทยาลัยสุรนารี และหัวหน้าหน่วยวิจัยนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มทส. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โดยไฮไลต์สำคัญของงานคือการรวมตัวของ “เชฟชุมชน” ที่ผ่านการอบรมเข้มข้นในหลักสูตร Master Thai Chef Program โดยได้รับเกียรติจาก เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟระดับโลกเจ้าของมิชลินสตาร์ และ เชฟตั้ม ณัฐพงศ์ ธีรนันทพิชิต อาจารย์ใหญ่สถาบันการอาหารไทย ผู้มากประสบการณ์ มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling) ให้อาหารไทยครองใจคนทั่วโลก พร้อมกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่น เพื่อให้เชฟชุมชนได้ก้าวไปสู่การเป็นเชฟระดับมืออาชีพในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับ Soft power ด้านอาหารของไทยไปสู่ระดับอินเตอร์

เชฟชุมพล แจ้งไพร
นางสาวสุวิมล จินตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชนเชื่อมโยงเครือข่าย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับฐานรากผ่านนโยบาย ‘1 ครอบครัว 1 ทักษะ Soft Power’ โดยเฉพาะสาขาอาหาร กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 17,000 คน ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งสามารถพัฒนาองค์ความรู้ เสริมสร้างทักษะ ให้แก่บุคลากรและประชาชนสู่การเป็นเชฟอาหารไทยมืออาชีพ โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งตอนบนและตอนล่าง มีเชฟชุมชนเข้าร่วมโครงการ รวม 4,000 คน

นางสาวสุวิมล จินตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6
“...วันนี้เป็นอีกวันสำคัญที่เชฟชุมชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มารวมตัวกันและพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การมอบใบประกาศนียบัตรในวันนี้ไม่ใช่แค่การจบหลักสูตร แต่คือการส่งออก ‘นักรบทางวัฒนธรรม’ มากกว่า 300 คนที่จะเปลี่ยนวัตถุดิบท้องถิ่นให้เป็นมูลค่ามหาศาล กระจายรายได้สู่ชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม ... ขอแสดงความยินดีกับเชฟทุกท่านที่ผ่านการอบรมในหลักสูตร Master Thai Chef Program ที่มีความเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง ขอให้ทุกท่านตระหนักไว้เสมอว่า ท่านเป็น "กลไกสำคัญ" ที่จะเปลี่ยนเมนูประจำถิ่น ให้ขับเคลื่อนสู่การเป็นฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงของชุมชน สังคมของประเทศไทย” ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติม

ทางด้าน ดร.ปริยะดา วิสุทธิแพทย์ รองผู้ว่าการบริหารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ระบุว่า กิจกรรมปัจฉิมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันนี้ไม่เป็นเพียงการสิ้นสุดการอบรมเชฟชุมชน แต่คือจุดเริ่มต้นของการหลอมรวมทักษะ ภูมิปัญญา และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเป้าหมายใหญ่ในการ สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้กระจายตัวสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายในครั้งนี้ จะส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจใน 3 มิติ ได้แก่ การสร้างงานที่จะเปลี่ยนแรงงานในท้องถิ่นให้เป็นเชฟทักษะสูง ที่มีความเชี่ยวชาญมาตรฐานสากล การยกระดับเชฟผู้ผลิตสู่นักสร้างสรรค์เมนูอาหาร (Food Creator) ที่สามารถดึงเสน่ห์ของวัตถุดิบถิ่นอีสานมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ด้วยตนเอง รวมทั้งเกิดการสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืน จากการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบและองค์ความรู้ระหว่างชุมชน ก่อให้เกิดวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็งภายในภูมิภาค

ผศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มทส. และหัวหน้าหน่วยวิจัยนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าวว่า ในฐานะที่หน่วยวิจัยฯ มทส. ได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางในการขับเคลื่อนและดูแลการอบรมของภูมิภาคนี้ เราได้เห็นความมุ่งมั่นของเชฟชุมชนที่มาร่วมกันบ่มเพาะทักษะ แลกเปลี่ยนภูมิปัญญา และพัฒนาตนเองจนก้าวสู่การเป็นเชฟมืออาชีพทักษะสูงอย่างเต็มภาคภูมิในวันนี้ ในฐานะโหนดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มทส. พร้อมที่จะเป็น “สะพานนวัตกรรม” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เข้ากับเสน่ห์ปลายจวักของพี่น้องชุมชน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการสร้างเครือข่าย การยกระดับภูมิปัญญาสู่สากล ตลอดจนการส่งต่อเชฟคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำตามเป้าหมายของโครงการ

สำหรับกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์เชฟชุมชนในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 จัดโดยความร่วมมืระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม วว. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ครั้งที่ 1 จ.เชียงใหม่ ครั้งที่ 2 จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 3 ชลบุรี และครั้งที่ 4นครราชสีมา) ซึ่งถือเป็นการสร้างเครือข่ายเชฟชุมชนที่เข้มแข็งที่สุด เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ครัวนวัตกรรมของโลก” อย่างเต็มภาคภูมิ




29 2,289




