14thMarch

14thMarch

14thMarch

 

March 13,2026

รองปลัดอุตสาหกรรมลงพื้นที่โคราช เยี่ยมผู้ประกอบการดาวเด่น ชูต้นแบบเอสเอ็มอีสู่ 7-Eleven สป.อุตฯ กาง 5 โครงการปี 69 สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 465 ล้านบาท

นครราชสีมา - นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันนี้ (12 มีนาคม 2569) มีโอกาสลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประกอบการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีสถานประกอบการหลายรายเข้าร่วมโครงการกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) และมีความพร้อมเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดกับ เซเว่น-อีเลฟเว่น ซึ่งกระทรวงฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี โดยรายแรกคือ ผู้ประกอบการที่พัฒนาจากวิสาหกิจผลิตหมี่โคราช สู่เอสเอ็มอี ตั้งโรงงานและพัฒนาสินค้าหลายรายการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และรายที่สองคือผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม ที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมด้านอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น และรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

โดยรายแรกเยี่ยมชม บริษัท โรงหมี่หนองหัวฟาน 99 จำกัด ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายอาหารกึ่งสำเร็จรูป ได้แก่ เส้นหมี่โคราชพร้อมน้ำปรุง ผัดหมี่โคราช ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยว กุ้งอบวุ้นเส้น และสุกี้ ซึ่งบริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มมูลค่าพืชเศรษฐกิจใหม่และสินค้าเกษตรอัตลักษณ์สู่เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมพัฒนา ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยพัฒนาเป็นสินค้า food function ในรูปแบบซอสหมี่โคราชกี่งสำเร็จรูป สูตร “ลดหวาน 50%” “ลดโซเดียม” ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการอาหารที่สะดวก ง่าย รวดเร็ว และมีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม และบริษัทฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการสร้างโอกาสด้านการตลาดร่วมกับศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี โดยสินค้าที่นำเข้าไปจำหน่าย มีจำนวนทั้งสิ้น 6 รายการ คือ 1) ผัดหมี่โคราชกึ่งสำเร็จรูป รสต้นตำรับ 2) ผัดหมี่โคราชกึ่งสำเร็จรูป รสเผ็ดจัดจ้าน 3) ผัดไทยกึ่งสำเร็จรูป 4) ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป เส้นหมี่โคราช 5) ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกึ่งสำเร็จรูป เส้นหมี่โคราช และ 6) เย็นตาโฟกึ่งสำเร็จรูป เส้นหมี่โคราช ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม และยังมีความต้องการขยายกำลังการผลิตสำหรับรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต จึงต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำมาใช้ในการลงทุนและเป็นทุนหมุนเวียน ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงฯ ได้แนะนำการยื่นขอสินเชื่อกับกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้พิจารณาและเตรียมความพร้อมในการยื่นคำขอสินเชื่อ 

 “ที่ผ่านมา ได้มีการคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อจัดจำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่น แล้ว 5 ราย ส่วนใหญ่วางจำหน่าย จำนวน 25-50 สาขา สร้างรายรวมแล้วกว่า 5,764,000 บาท และในปีนี้มีสินค้าของจังหวัดนครราชสีมา อีก 3 รายคือ 1) หมี่โคราช 2) น้ำพริก และ 3) กล้วยเบรกแตก สำหรับหมี่โคราช คือ บริษัท โรงหมี่หนองหัวฟาน 99 จำกัด ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2499 ซึ่งเริ่มจากโรงเส้นหมี่ ที่ใช้มือทำทุกขั้นตอน ต่อมาดำเนินการตั้งโรงงานนำเครื่องจักรมาใช้ผลิตเส้นหมี่และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย จนถึงผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน การได้รับเลือกเข้า เซเว่น-อีเลฟเว่น แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทั้งสถานประกอบการและตัวผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยสร้างจุดขายและความแตกต่าง รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอาหารพื้นถิ่นของไทยอย่างผัดหมี่โคราช ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวพร้อมปรุง ในรูปแบบคัพ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ประกอบการที่สามารถผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับการพัฒนาแบบอุตสาหกรรม การเข้าร่วมโครงการกับกระทรวงฯ นอกจากจะได้รับการพัฒนาต่อยอดในทุกด้านแล้ว กระทรวงฯ จะช่วยหาช่องทางทางการตลาดสู่โมเดิร์นเทรด ซึ่งนับว่าเป็นโมเดลสำคัญให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ต่อไป” รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

บริษัทที่สองได้เข้าเยี่ยมชม บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งเป็นฟาร์มโคนมออร์แกนิครายแรกของไทย ทึ่ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิค ได้แก่ น้ำนมพร้อมดื่ม โยเกิร์ต นมเปรี้ยว และนมอัดเม็ด ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรและผู้บริโภคไปสู่การผลิตและบริโภคสินค้าออร์แกนิค เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ผลิต ผู้บริโภค และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้เคมีเกษตร และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรม ด้านอุตสาหกรรมขนาดกลางและขยาดย่อมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2566 ประเภทการจัดการเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม และได้รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) รวมทั้งการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry : GI) ระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว ที่เป็นระดับสูงสุด นั่นหมายถึงการขยายความร่วมมือออกสู่ภายนอกตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยสนับสนุนคู่ค้าและพันธมิตรให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวด้วย ซึ่งมีเพียง 113 สถานประกอบการเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์จาก 64,000 ราย

“บริษัท แดรี่โฮมฯ นับว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีการดำเนินกิจการสอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่เน้นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ออร์แกนิก และยังเป็นผู้ประกอบการที่ได้รางวัลรางวัลอุตสาหกรรมด้านอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2566 ซึ่งกระทรวงฯ เล็งเห็นว่าผู้ประกอบการมีคุณสมบัติที่พร้อมในการสมัครเข้าร่วมประกวดรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นในสาขาอื่นๆ ได้อีก การได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น นอกจากจะได้พัฒนาองค์กรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์แล้ว ยังมีคำแนะนำจากคณะผู้ตรวจประเมินของกระทรวงอุตสาหกรรม และได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีกมากมาย อาทิ การเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ (DIPROM Pay/SME Bank/กองทุนเอสเอ็มอีฯ) สิทธิลดหย่อนค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตต่างๆ และการลดค่าธรรมเนียมตามกฎหมายแร่ การปรับลดระยะเวลาตรวจติดตามใบรับรอง มอก. ตลอดจนโอกาสในการประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์รางวัลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือระดับสากล จึงเชิญชวนเข้าสมัครในครั้งต่อไป และหากมีผู้ประกอบการรายใดสนใจสามารถติดตามรายละเอียดการสมัครรางวัลอุตสาหกรรม ในปี 2570 ได้ที่เว็บไซต์กระทรวงอุตสาหกรรม” นางดวงดาว กล่าว

สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการ ของ สปอ. ในปี 2569 จะเน้น “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ” ที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน” โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมจากการผลิตแบบเก่า สู่การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพ มูลค่า และมาตรฐานที่ดีขึ้น ซึ่งในปีงบประมาณ 2569  สปอ. มีโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ รวม 5 โครงการสำคัญ อาทิ 1) การยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจตลาดสมัยใหม่ 2) การปั้นผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมคู่ชุมชน 3) การยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 5.0 4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมฮาลาลของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ และ 5) การพัฒนาหัตถกรรมสิ่งทอแม่โขง-ล้านช้าง งบประมาณรวมทั้งสิ้น 51 ล้านบาท มีเป้าหมายการพัฒนาฯ จำนวน 4,630 คน 168 กิจการ 446 ผลิตภัณฑ์ และคาดว่าจะเกิดมูลค่าทางเศรษกิจ เป็นเงินกว่า 465 ล้านบาท คิดเป็น 9 เท่าของงบประมาณ


9 173