May 26,2026
การรถไฟฯ แถลงผลสอบเครนรถไฟถล่มที่สีคิ้ว เกิดจากหลายปัจจัย ทบทวนหลักเกณฑ์คัดผู้รับเหมา

วันนี้ (26 พฤษภาคม 2569) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมด้วยนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังเกิดเหตุอุปกรณ์เครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี บริเวณระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.15 น.
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้านภายในระยะเวลา 45 วัน โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและวัตถุพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทดสอบวัสดุทั้งแบบทำลายและไม่ทำลาย การตรวจสอบชิ้นส่วนเหล็กด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ตลอดจนจัดทำแบบจำลองทางวิศวกรรมเพื่อวิเคราะห์กลไกการพังทลาย พร้อมสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้รับจ้าง ที่ปรึกษาควบคุมงาน เจ้าของโครงการ และพนักงานสถานีรถไฟในพื้นที่

ผลการตรวจสอบพบว่า อุบัติเหตุเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งในส่วนของขั้นตอนการปฏิบัติงาน การควบคุมด้านความปลอดภัย และการกำกับดูแลในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะกระบวนการปฏิบัติงานของอุปกรณ์ Launching Gantry ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับยกติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ ที่ในวันเกิดเหตุมีการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามขั้นตอนด้านวิศวกรรมและข้อกำหนดความปลอดภัย ส่งผลให้เกิดการรับน้ำหนักเกินในจุดรองรับด้านหน้า จนทำให้ชิ้นส่วนรับแรงเกิดความเสียหายและโครงสร้างพังทลายลงสู่พื้นที่ทางรถไฟในขณะที่ขบวนรถวิ่งผ่าน
ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานและการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง อาทิ การไม่ขออนุญาตปิดการเดินรถ (Window Time) การปฏิบัติงานก่อนการอนุมัติ และการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ไม่เป็นไปตามรอบระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการติดตามควบคุมงานในพื้นที่ที่ยังไม่ต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนดไว้
คณะกรรมการฯ ยังมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มประสิทธิภาพระบบกำกับดูแลโครงการก่อสร้างในพื้นที่เดินรถ โดยเฉพาะการจัดสรรบุคลากรด้านวิศวกรรมให้เหมาะสมกับภารกิจ การเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามควบคุมงาน และการยกระดับกลไกตรวจสอบด้านความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้การดำเนินโครงการขนาดใหญ่เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนของ รฟท. ได้รายงานผลการสอบสวนต่อกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนกฎหมายและเงื่อนไขสัญญา โดยการดำเนินงานก่อสร้างในโครงการยังคงเป็นไปตามกระบวนการสัญญา ภายใต้มาตรการกำกับและควบคุมความปลอดภัยที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ รฟท. จะเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใกล้พื้นที่เดินรถในทุกโครงการทั่วประเทศ โดยกำหนดให้การปฏิบัติงานในระยะใกล้เขตทางรถไฟต้องได้รับอนุญาตปิดการเดินรถ (Window Time) จาก รฟท. เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ก่อนดำเนินงานบนโครงสร้างส่วนบนทุกประเภท

นอกจากนี้ จะมีการยกเลิกระบบอนุมัติงานล่วงหน้าและย้อนหลัง โดยกำหนดให้ที่ปรึกษาควบคุมงาน (CSC) อนุมัติงานแบบรายวัน พร้อมมีหลักฐานภาพถ่ายหน้างานประกอบทุกครั้งก่อนลงนาม รวมทั้งต้องมีวิศวกรและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำพื้นที่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน หากตรวจพบว่าการดำเนินงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย จะสั่งระงับงานทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ขณะเดียวกัน รฟท. จะดำเนินการตรวจสอบเครน Launching Gantry ทุกชุดที่ใช้งานอยู่ในโครงการโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party) ครอบคลุมทั้งระบบโครงสร้าง ระบบยก และระบบไฮดรอลิก พร้อมกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบและการเปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงกำหนดรอบการเปลี่ยนเหล็กยึด PT Bar ไม่เกิน 60 รอบการใช้งาน และห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำโดยเด็ดขาด
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมติดตั้งระบบเฝ้าระวังแบบ Real-time อาทิ ระบบตรวจวัดความเอียง ระบบตรวจวัดแรงดึง และกล้อง CCTV บนเครื่องจักรทุกชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความปลอดภัยและสามารถสั่งหยุดการทำงานได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
รวมถึงจะมีการทบทวนหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับจ้างสำหรับโครงการที่มีความเสี่ยงสูง โดยให้น้ำหนักด้านประสบการณ์เฉพาะทางและมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่กับการพิจารณาด้านราคา พร้อมเพิ่มความเข้มงวดของบทลงโทษในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

นายอนันต์ฯ กล่าวว่า รฟท. อยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพย์สิน และการเดินรถ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาและกระบวนการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน โดยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ รฟท. จะนำผลการตรวจสอบครั้งนี้ไปปรับปรุงมาตรฐานการกำกับดูแลและการทำงานในพื้นที่เดินรถอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการดำเนินโครงการก่อสร้างทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเสริมความเข้มงวดในการควบคุมงานและการปฏิบัติงานใกล้เขตทางรถไฟให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผู้ปฏิบัติงาน และความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
5 82



