July 03,2026
เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี หลังพ้นเก้าอี้ ส.ส.โคราช เขต 9 ภูมิใจไทย มีทรัพย์สินรวม 19.4 ล้าน ส่วนคู่สมรสทายาทนักธุรกิจดังทรัพย์สิน 666.5 ล.

ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.โคราช เขต 9 พรรคภูมิใจไทย เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดย ป.ป.ช.ประกาศเปิดเผยบัญชีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 และเริ่มเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569
เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี อายุ 43 ปี เป็นลูกชายคนโตของ "ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์" อดีตนายอำเภอและอดีตรัฐมนตรี และ "ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์" อดีตรัฐมนตรี และอดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ปัจจุบันอายุ 43 ปี มีพี่น้อง 3 คน เต้ย, เติ้ง, ต้อง
เต้ย-พลพีร์ สมรสกับ "ทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร" อายุ 43 ปี ทายาทสาวของ "อิทธิ-พรทิพย์ วงศ์สุรไกร" (เสียชีวิต) นักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย กลุ่มเอราวัณ
พลพีร์-ทิพย์ชีวัน" มีลูกด้วยกัน 3 คน (หญิง 2 ชาย 1) ยังไม่บรรลุนิติภาวะทั้ง 3 คน

รายได้ต่อปีของ "พลพีร์" ที่ยื่นแสดงระบุว่า เงินเดือนส.ส.ประจำปี 2568 จำนวน 1,289,455.48 บาท และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมปี 2568 จำนวน 240,000 บาท รวมรายได้ 1,529,455.48 บาท
ส่วนคู่สมรส (ทิพย์ชีวัน) ระบุรายได้ต่อปี รวม 20,843,936.98 บาท มาจาก เงินเดือนจาก บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง ปี 2568 จำนวน 320,000 บาท, เงินเดือนจากตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการปี 2568 จำนวน 68,129 บาท, เงินปันผลจาก บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง ปี 2568 จำนวน 11,375,000 บาท, เงินปันผลจาก บจก.นานา มาร์เกตติ้ง ปี 2568 จำนวน 7,875,000 บาท, เงินปันผลจากโรงเส้นหมี่ชอเฮง ปี 2568 จำนวน 819,000 บาท และรายได้จากการขายกองทุนฯ 386,807.98 บาท
ส่วนรายจ่ายต่อปีของ "พลพีร์" เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวในปี 2568 จำนวน 840,000 บาท ส่วนคู่สมรส 600,000 บาท

รายการทรัพย์สินของ "พลพีร์" มูลค่ารวม 19,428,370.38 บาท แยกเป็นเงินสด 300,000 บาท, เงินฝาก 5 บัญชี 8,536,587.79 บาท, เงินให้กู้ยืม 8,000,000 บาท (ผู้กู้ บจก.พีพี แอนด์ ซี แมเนจเมนท์), ที่ดิน 1 แปลง (ต.หมื่นไวย เมืองโคราช) มูลค่า 2,247,700 บาท, สิทธิและสัมปทาน 343,982.59 บาท
ส่วน "ทิพย์ชีวัน" คู่สมรสมีทรัพย์สิน รวม 666,523,064.21 บาท ประกอบด้วย เงินสด 250,000 บาท, เงินฝาก 40 บัญชี 378,129,102.64 บาท, เงินลงทุน 24,904,696.57 บาท, ที่ดิน 106 แปลง 205,554,947 บาท, บ้านพักและคอนโด 4,341,078 บาท, รถยนต์ 2 คัน 5,114,000 บาท (Porsche และ Zeekr) , สิทธิและสัมปทาน 2,003,840 บาท, ทรัพย์สินอื่น (นาฬิกา เครื่องประดับ พระเครื่อง เหรียญกษาปณ์ กระเป๋าแบรนด์เนม 37 ใบ) มูลค่า 46,225,400 บาท

และมีในส่วนของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีประกันชีวิต 57,995,729 บาท
รวมทรัพย์สินทั้งเต้ย-คู่สมรสและบุตร 743,947,163.59 บาท
ในขณะที่หนี้สินของ "เต้ย-พลพีร์" จำนวน 42,841.89 บาท จากการใช้บัตรเครดิต ส่วนคู่สมรสไม่มีหนี้สิน

ไม่ต้องแปลกใจทรัพย์สินเกือบพันล้าน โดยเฉพาะฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคู่สมรสที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็นทายาทนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย
"เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี" จบการศึกษาปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล, ปริญญาโท Master of Arts in Marketing Communications at London College of Communication สหราชอาณาจักร
เส้นทางการเมืองนั้น ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.โคราช ในปี 2550 สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ในขณะที่มีอายุ 25 ปี จากนั้น ในปี 2554 ได้รับเลือกเป็นส.ส.อีกสมัยในสังกัดพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน, ปี 2556 ได้รับเลือกอีกครั้ง แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
จากนั้นในปี 2562 ได้รับเลือกเป็น ส.ส.โคราช เขต 9 ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย ตามมาด้วยปี 2566 อีกสมัย และล่าสุดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก็ชนะเลือกตั้งอีกสมัย เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล "เต้ย-พลพีร์" ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย" หรือ "มท.2" ที่มี "อาหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล เป็น มท.1 หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ ในช่วงที่เป็น ส.ส.แต่ละสมัยนั้น "พลพีร์" ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ต่างๆ อาทิ รองประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ (พ.ศ. 2551-2554), ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมาธิการงบประมาณครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง, กรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555, ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการต่างประเทศ, รองประธานคณะกรรมาธิการการกีฬาและการท่องเที่ยว, รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปี 2562, รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ปี2566, รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา, ประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาและสร้างระบบการจัดการประปาหมู่บ้านอย่างยั่งยืนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย, ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการการปกครอง พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่ง โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568, รองประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ 2567-2568, รองประธานคณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ภาพจากเพจ เต้ย เติ้ง สุวรรณฉวี
16 575



