5thApril

5thApril

5thApril

 

January 30,2016

“บ้า” ไม่โง่!

          ผมไม่ได้แปลกใจในอากัปกิริยาและพฤติกรรมบ้าๆ ของผู้คนในสังคมไทยขณะนี้เลย เพราะผมคิดว่าได้พบผู้ที่สมควรได้รับการดูแลบำบัดทางจิตอยู่มากมาย
          หลายรายเป็นเพื่อนที่สนิทคุ้นเคยกัน และหลายรายวนเวียนใช้เฟซบุ๊กเป็นที่ระบายออกจนสังเกตอาการได้...ทั้งชาย และหญิง
          ผมเองก็น่าจะเข้าข่ายบ้าอะไรสักประเภทหนึ่งเหมือนกัน..
          ไม่งั้นชีวิตมันคงจะดูดีเกินไป?

          อันที่จริงแล้ว “บ้า” ไม่ได้หมายความว่า โง่
          แล้ว “คนบ้า” กับ “คนโง่” มันต่างกันตรงไหน?

          “บ้า” หมายถึงการที่คนไม่สามารถควบคุมพฤติกรรม การกระทำของตนได้
          อาการ “บ้า” จึงอาจเกิดขึ้นกับใคร เมื่อไหร่ก็ได้ ทันทีที่มีสิ่งเร้าตรงกับสำนึก ในจิตใต้สำนึกในเรื่องนั้นๆ เข้ามากระทบ อย่างพวกสาวๆ ที่คลั่งเอลวิส ในตอนที่ผมยังเป็นละอ่อน
          บ้าจึงเป็นอาการทางจิต เป็นโรคทางจิต ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของสมองในการรับรู้ เพียงแต่จิตไม่สามารถควบคุมความอยาก ความต้องการของตนได้
          กรณีของ “วู๊ดส” นักกอล์ฟชื่อดังก็เป็นอาการบ้าชนิดหนึ่ง
          บ้าประเภทนี้จะควบคุมความต้องการทางเพศของตนไม่ได้ เมื่อกระทบกับสิ่งเร้าที่ตรงกับจิตใต้สำนึก เช่น ชายที่เกิดอาการบ้าทันทีที่เห็นผู้หญิงผมทอง หรือแหม่มสาวๆ ที่เกิดความต้องการทางเพศขึ้นมากะทันหันเมื่อเห็นหน้า เอลวิส หรือใครก็ได้ที่ทำผมทรงมดแดงชะเง้อ จนผู้ชายพลอยเป็นบ้า..ทำผมทรงนี้กันทั้งเมืองในยุคหนึ่ง!

          ส่วน “โง่” คือการไม่สามารถทำความเข้าใจกับสังคมแวดล้อม และสังคมแวดล้อมก็ยากที่จะทำความเข้าใจกับเขา ซึ่งจะโง่อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะมีสิ่งใดมากระทบ แม้แต่ไม้ที่กำลังจะมาแพ่นกะบาลตัวเอง
          คนโง่นั้นส่วนใหญ่แล้วถ้าโง่มาก มักจะเป็นผู้พิการทางสมองมาแต่กำเนิด
          ส่วนผู้ที่มาได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรงทางสมองในภายหลัง
          อาจจะโง่มาก หรือโง่น้อยก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ความรุนแรงของการกระทบกระเทือนที่สมองได้รับ
          โง่จึงเป็นเรื่องของสมองที่เสียหายพิการไปบางส่วน หรือทั้งหมด
          เรียกว่ามีสมองไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์..ว่างั้น !

          เพราะมันเป็นอย่างนี้..จึงได้มีแถลงการเรื่องอาการทางจิตของผู้พิพากษาหญิงรายหนึ่งออกมา เมื่ออาการทางจิตของเธอกำเริบขึ้นจนเป็นข่าวพาดหัว

          คนโง่นั้นเราอาจจะวินิจฉัยพบได้ง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันว่า เขามีความพิการ(โง่) ในส่วนไหน จากการตรวจดูว่าสมองส่วนไหนของเขาเสียหายไป หรือทั้งหมด อย่างพวกโดนเอ็มสิบหกเข้ากะบาลแล้วไม่ตาย แต่นอนเป็นผักอยู่อีกเป็นปีๆ เป็นต้น

          แต่คนบ้า การที่จะวินิจฉัยลึกลงไปถึงในจิตใต้สำนึกของคนบ้าไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ จำเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญพิเศษ เช่นจิตแพทย์ เข้ามาดูแล ค้นหาบาดแผล หรือความพิการในจิตของคนบ้าให้พบ เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งอาการบ้าในระยะเริ่มต้นนั้น หากได้มีการสังเกตอาการใกล้ชิด และยอมเข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์ ก็อาจกลับมาเป็นคนปกติได้

          จากข่าวที่ออกมา..ทำให้ทราบว่าผู้พิพากษาหญิงที่ตกเป็นข่าวนั้น เคยเข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์มาหลายครั้งแล้ว ยังมีอาการเป็นอย่างนี้
....

มังกรไฟ
๒๓๐๑๕๙

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๒๓๔๑ วันอังคารที่ ๒๖ - วันอาทิตย์ที่ ๓๑ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙


797 1,792