June 25,2018
แกะรอยประวัติศาสตร์จากวรรณคดี (๕) ตอน...วิเคราะห์วีรกรรมท้าวสุรนารี ๓

ในหนังสือ “เจ้าชีวิต” ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (๒๕๐๕ : ๓๐๙-๓๑๐) ได้กล่าวถึงวีรกรรมของท่านท้าวสุรนารีว่า เมื่อกองทัพเวียงจันทน์ที่เข้ายึดเมืองนครราชสีมา ได้ทราบว่า ทางกรุงเทพฯ รู้เรื่องเจ้าอนุวงศ์คิดก่อการเป็นกบฏ และกรุงเทพฯ กำลังจะยกกองทัพมา เจ้าอนุวงศ์จึงทำลายเมืองนครราชสีมาแล้วกวาดต้อนเอาพลเมืองทั้งชายหญิงไปด้วย เมื่อถอยทัพกลับ และทุกๆ คืนที่หยุดพักแรมเชลยไทยฝ่ายชายจะถูกคุมขังอย่างเคร่งครัดส่วนฝ่ายหญิงจะปล่อยไว้เพื่อรับใช้นายและไพร่พลฝ่ายลาว เอาอาหารและสุรามาเลี้ยงกัน คืนวันหนึ่งแม่หม้ายเจ้าเมืองนครราชสีมา ซึ่งเจ้าอนุวงศ์สั่งให้เอาไปฆ่าเสียแล้วนั้น เป็นหัวหน้าคบคิดกับสตรีไทยคนอื่นๆ ล่อลวงให้ทหารลาวสนุกรื่นเริงด้วยการมอมเหล้า เมื่อฝ่ายลาวเมาซึมเซากันเกือบหมดสตรีไทยก็จัดการปล่อยชายไทยออกจากการถูกจองจำ แล้วนำอาวุธให้จากนั้นก็เข้าทำการสู้รบกันอย่างตัวต่อตัวกองกำลังเมืองนครราชสีมาฆ่าทหารชาวเวียงจันทน์ได้ราว ๒,๐๐๐ คน เมื่อสงครามจบลงแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดตั้งให้ภรรยาของเจ้าเมืองนครราชสีมาเป็นท้าวสุรนารี ต่อมาภายหลังได้มีรูปปั้นตั้งอยู่เป็นอนุสาวรีย์ที่ใจกลางเมืองนครราชสีมา ดังที่เราท่านได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
จากพระนิพนธ์ของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ นี้ น่าเชื่อถือและมีเค้ามูลความเป็นจริง เพราะพระองค์ท่านเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ในพระบรมราชวงศ์จักรี มีบรรพบุรุษและบรรพสตรีโดยตรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ๕ พระองค์ จึงหมั่นระลึกถึงและรักษาเกียรติศักดิ์ของบรรพบุรุษและบรรพสตรีทุกพระองค์เสมอ (พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ๒๕๐๕ : คำอุทิศแด่ หม่อมราชวงศ์หญิง นริศรา จักรพงษ์ ผู้ซึ่งเป็นบุตรี) และจากคำบอกกล่าวของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (๒๕๐๕ : คำนำหน้า จ) ที่ว่า ข้าพเจ้าพยายามจะแต่งหนังสือเรื่องนี้อย่างนักประวัติศาสตร์ซึ่งวางตัวเป็นกลาง เพราะพระบิดาของข้าพเจ้าเป็นพระบรมวงศ์ชั้นสูง และข้าพเจ้าได้เห็นได้ฟังกิจการเรื่องราวหลายอย่างด้วยหูตาของตนเองในรัชกาลที่ ๖ และที่ ๗ ทั้งได้รับทราบเรื่องโดยเอกสารเดิมก็มาก
ผู้เขียนเห็นว่า การบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยก่อนนั้น จะให้มีความสมบูรณ์ทุกเรื่องทุกตอนของเหตุการณ์คงเป็นการยาก ประเด็นทางประวัติศาสตร์บางส่วนบันทึกไว้ในเอกสารทางประวัติศาสตร์อื่นๆ แต่บางส่วนไม่ได้บันทึกในเอกสารใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เป็นความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนประวัติศาสตร์ ที่มีทั้งรักและเกลียด มีทั้งชอบและไม่ชอบ และก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะต้องมีอคติ (bias) หรือความลำเอียงอยู่ในตัวของแต่ละบุคคลเสมอ สำหรับส่วนที่ไม่ได้มีการบันทึกไว้ การรับรู้ก็จะอาศัยจากการฟังในลักษณะมุขปาถะ คือการบอกเล่าต่อๆ กันมา แต่การรับฟังก็ต้องพิจารณาว่า บุคคลนั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ซึ่ง พยนต์ ทิมเจริญ (๒๕๓๙ : ๑๑๐) อดีตนายทหารกรมแผนที่ทหารบกได้พิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ....ในใบบอกจะเขียนเรื่องราวให้ละเอียดก็คง ไม่ได้.......แม้แต่พงศาวดารรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๕ ยังกล่าวถึงวีรกรรมคุณหญิงโมไว้ เพียงสั้นๆ ......เรื่องคุณหญิงโมเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ถ้าจะทำความจริงให้ปรากฏจะต้องไปค้นที่ต้นตอคือที่ท้องถิ่น ไม่ใช่เอาปลายเหตุมาอ้างโดยไม่มีบันทึกไว้ แล้วสรุปว่าเป็นเรื่องนิยายที่แต่งขึ้นมาเอง
เมื่อครั้งที่หนังสือเรื่อง “การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี” ได้แพร่ออกมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ ปรากฏว่า ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวนครราชสีมา ที่ถือว่าเป็นลูกหลานและเคารพศรัทธาในวีรกรรมคุณหญิงโม ได้ลุกขึ้นต่อต้านอย่างรุนแรงจากหลายฝ่าย ในช่วงนั้นหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” ได้เสนอข่าวกลุ่มต่อต้านที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มลูกหลานย่าโมชาวโคราช” ที่ไปสอบถาม อาจารย์ลดาวรรณ วรรณบูรณ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนคุณหญิงโม ได้ความว่า อาจารย์ลดาวรรณฯ แสดงความไม่พอใจ น.ส.สายพินฯ เป็นอย่างมาก โดยยืนยันว่าย่าโมมีตัวตนจริง และบ้านที่ตนอยู่ในขณะนี้ก็เป็นบ้านของคุณหญิงโม ตอนที่ น.ส.สายพินฯ มาคุยกับตนก็เป็นการพูดคุยกันธรรมดา นึกว่าจะเอาข้อมูลไปเชิดชูย่าโม แต่กลับทำแบบนี้ทำให้รู้สึกโกรธแค้นมาก (กาญจนี ละอองศรี ๒๕๓๙ : ๔๗-๔๘) จากข่าวนี้แสดงว่า สายพินฯ ไม่ได้สนใจและให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ถือว่าเป็นต้นตอจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแต่อย่างใด ซึ่งในข้อเท็จจริงน่าจะมีการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ เพราะข้อมูลเรื่องนี้มี ๒ ด้านที่คู่ขนาน เปรียบได้กับเหรียญย่อมมี ๒ ด้านเสมอ
ศาสตราจารย์ ธวัช ปุณโณทก ได้แสดงทรรศนะโดยสรุปว่า สายพินฯ ยังใช้ข้อมูลไม่เป็นใช้ประวัติศาสตร์ไม่เป็น คือถ้าไปพูดกับนักประวัติศาสตร์โคราชเขารับได้ แต่เอาเรื่องวีรกรรมท้าวสุรนารีว่าไม่มีจริงไปพูดกับชาวบ้านจึงเป็นเรื่องผิดพลาด อีกอย่างสายพินฯ เขียนโดยใส่ความรู้สึกส่วนตัวมาก จึงเป็นวิทยานิพนธ์ประเภทวรรณกรรมไม่ใช่ประเภทประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ต้องให้ชัดกว่านี้ ไม่ใช้ข้อมูลข้างหนึ่งข้างใด นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ธวัชฯ ยังกล่าวว่า การเรียนประวัติ ศาสตร์นั้นก็เพื่อให้มนุษยชาติเอาเหตุการณ์ในอดีตมาแก้ไขปัจจุบันและอนาคต ที่จะอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ ไม่ใช่สร้างให้เกลียดกัน เหมือนเช่น การเรียนการสอนประวัติศาสตร์ที่ผิดพลาด มาแล้ว เช่นเรียนเพื่อให้เกลียดแค้นพม่า (กาญจนี ละอองศรี ๒๕๓๙ : ๖๗-๖๘)
อนึ่ง คนรุ่นหลังที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ พึงระลึกว่าไม่มีใครเกิดทันในสมัยนั้น จึงต้องหาหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญคือต้องวางตัวเป็นกลางอย่างแท้จริง อีกทั้งในการมองเหรียญจะต้องมองทั้ง ๒ ด้าน หากมองด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว โดยตั้งธงคำตอบไว้แล้วก็มักจะให้ความสำคัญแต่ในเรื่องนั้นๆ โดยไม่มองบริบทหรือไม่ก็พยายามผลักไสข้อมูลด้านอื่นๆ ที่ตรงกันข้ามออกไป หากเป็นดังนี้ก็จะได้ข้อสรุปที่อาจไม่ถูกต้อง แต่จะถูกใจผู้ศึกษา สำหรับผู้อ่านจะต้อง “อ่านเอาเรื่อง หรือ อ่านเอาความ” โดยจะต้องมีการแยกแยะ พิเคราะห์ พิจารณา อย่างมีสติ อย่าว่อกแว่กเอนเอียงไปจากสิ่งที่กำลังศึกษา และไม่ควรอ่านแบบ “เอาคำ” หรือ “อ่านแบบตัดตอน” โดยไม่อ่านเนื้อหาครบถ้วนอย่างละเอียด
อีกประการในหลักของการชำระประวัติศาสตร์จะต้องประกอบด้วยองค์นักปราชญ์ที่มีความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี มิใช่มีเพียงคนหนึ่งคนใดที่จะมาจัดการชำระแล้วมาบอกว่านี่คือประวัติศาสตร์ซึ่งเรื่องนี้ กาญจนี ละอองศรี (๒๕๓๙ : ๗๒) ประธานคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ชี้แจงว่า แม้วิทยานิพนธ์ของสายพินฯ จะได้ข้อสรุป เช่นนี้ก็ตาม แต่ตามหลักฐานของวิชาการด้านสังคมศาสตร์ ก็ไม่ได้ถือเป็นข้อสรุปที่ตายตัว อยู่ที่บุคคลอื่นจะมีหลักฐานมาปฏิเสธหรือสนับสนุนเท่านั้น และสายพิน แก้วงามประเสริฐ (๒๕๓๙ : ๑๐๘) ก็ยอมรับว่าการศึกษาประวัติศาสตร์ไม่อาจศึกษาเรื่องใดๆ ถึงขั้นยุติได้ ซึ่งผู้เขียนเข้าใจว่า นั่นหมายถึงการศึกษาเรื่องวีรกรรมท้าวสุรนารีของสายพินฯ ก็ยังไม่ยุติ ดังนั้น ผู้อ่านอย่าเพิ่งด่วนสรุปใดๆ
จากหลักฐานต่างๆ ที่ยกมากล่าวอ้างนี้ โดยสรุปผู้เขียนเชื่ออย่างวางตัวเป็นกลางว่า เรื่องวีรกรรมของท้าวสุรนารีมีเค้ามูลความจริง เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่มีการบันทึกรายละเอียดปรากฏเป็นหลักฐานไว้เท่านั้น อนึ่ง มีข้อสังเกตว่าหลังจากที่ชาวเมืองนครราชสีมาได้รับชัยชนะจากการต่อสู้กับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ที่ทุ่งสัมฤทธิ์แล้วนั้น เชื่อว่าเป็นธรรมชาติของสังคมชาวบ้านอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่รอดชีวิตกลับมาคงจะปะติดปะต่อเรื่องและเล่ากันเซ็งแซ่ไม่รู้จบอยู่เป็นเวลานาน หาไม่แล้วคงไม่เป็นตำนานเล่าสู่กันฟังต่อๆ กันมาจนชั่วลูกชั่วหลานตราบเท่าถึงวันนี้
เอกสารอ้างอิง
กาญจนี ละอองศรี. (๒๕๓๙). “กรณีหนังสือ การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สงครามศักดิ์ศรีของชาวโคราช” ใน วารสารธรรมศาสตร์. ปีที่ ๒๒ ฉบับที่ ๓ (กันยายน-ธันวาคม ๒๕๓๙). จักรมนตรี ชนะพันธ์. (๒๕๖๐). พื้นเวียง : หลักฐานเบื้องลึกอีกด้าน สาเหตุสงครามเจ้าอนุวงศ์. สืบค้นเมื่อ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จาก https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_6867. ทิพากรวงศ์, เจ้าพระยา. (๒๕๐๔). บทที่ ๔ ทัศนะของไทยที่มีต่อลาว และ ทัศนะของลาวที่มีต่อไทย. สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จาก http://digital_collect.lib. buu.ac.th/dcms/files/52810090/chapter4.pdf.
ทิพากรวงศ์, เจ้าพระยา. (๒๕๕๙). ประวัติพระมหากษัตริย์ : ท้าวสุรนารี. วิกิพีเดีย ไฟท์ Thao-Suranaree-text.GIF สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม๒๕๖๑ จาก http://amonrada23288.blogspot.com/2016/๐๙/blog- post_86.html.
เติม วิภาคย์พจนกิจ และไพฑูรย์ มีกุศล. (๒๕๖๐). สงครามปราบกบฏ “เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์” กบฏเจ้าอนุวงศ์. ใน PLODLOCK. สืบค้นเมื่อ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จากhttp://plodlock.com/๒๐๑๗/๐๘/๑๗/anuwong/.พยนต์ ทิมเจริญ, พันเอก. (๒๕๓๙). “โยโย! ย่าโมออกศึก” ใน ชีวิตคนขายหนังสือพิมพ์ หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ กรณีพิเศษ คุณพ่อทองดี จันทร์รังสี ๑๘ เมษายน ๒๕๓๙. นครราชสีมา : โคราชออฟเซ็ทการพิมพ์.พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์. (๒๕๐๕). เจ้าชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ ๒, พระนคร : คลังวิทยา.พระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จ. (๒๕๔๙ : ๔๔) บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์. พิมพ์ครั้งที่ ๒, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (๒๕๖๑). ท้าวสุรนารี. สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จาก https://th. wikipedia.org/wiki.ศรีโยธา, พ.ต., หลวง และคณะ. (๒๔๗๗). ท้าวสุระนารี. มปท.
สายพิน แก้วงามประเสริฐ. (๒๕๓๗). “ภาพลักษณ์ท้าวสุรนารีในประวัติศาสตร์ ไทย” ใน พื้นถิ่นอีสานพื้นบ้านโคราช. นครราชสีมา : ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
สายพิน แก้วงามประเสริฐ. (๒๕๓๙). “จดหมายเปิดผนึกจาก สายพิน แก้วงามประเสริฐ” ลงวนที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๓๙ ถึง อาจารย์ลดาวรรณ วรรณบูรณ์ เหลนของคุณญิงโม ใน ชีวิตคนขายหนังสือพิมพ์. หนังสือที่ระลึกงาน
พระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ คุณพ่อทองดี จันทร์รังสี ๑๘ เมษายน ๒๕๓๙. นครราชสีมา : โคราชออฟเซ็ทการพิมพ์.
สารานุกรมนุกรมไทยสำหรับเยาวชน. (๒๕๖๑). ท้าวสุรนารี วีรสตรีเมืองนครราชสีมา. สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จาก http:// saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=21&chap=
2&page=t21-2-infodetail๐๓.html.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา. (๒๕๕๙). วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร. สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จากhttp://nma.onab.
go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=369:201607-2-06-20-24&catid=41:2008-10-29-14-40-50&Itemid=75.
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (๒๕๔๙). “พลังลาว”ชาวอีสานมาจากไหน?. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน.พัฒนพงศ์ภักดี, หลวง (ทิม สุขยางค์). (๒๕๔๔). นิราศหนองคาย. พิมพ์ครั้งที่ ๔, กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. อรรถพร ดีที่สุด. (๒๕๕๙). นิราศหนองคาย
ฉบับสมุดฝรั่ง: ประเด็นวิพากษ์บุคคลและเหตุการณ์ที่ไม่ปรากฏในฉบับพิมพ์. วารสารรวมบทความทางวิชาการ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัย
ศิลปากร ดำรงวิชาการ. สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จาก http://www.damrong-journal.su.ac.th/?page=view_article&article_id=434.
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒๕๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ - วันจันทร์ที่ ๒๕ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๑
970 3,356



